• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

กรม​อุทยานฯ แจงเสือทำร้ายเจ้าหน้าที่ห้วยขาแข้ง เป็นลูกเสือวัยซน ไม่เข้าข่ายเสือกินคน พร้อมปิดท่องเที่ยวชั่วคราว

กรมอุทยานฯ แถลงความคืบหน้ากรณีเสือโคร่งทำร้ายเจ้าหน้าที่ห้วยขาแข้ง ระบุชัดเป็นลูกเสือวัยซน ชี้เป็นเหตุบังเอิญ ไม่เข้าข่าย​ “เสือกินคน” พร้อมประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวในพื้นที่

วันที่ 6 สิงหาคม 2569 นายอรรถพล​ เจริญชันษา​ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มอบหมายให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) พร้อมด้วย กองอนุรักษ์สัตว์ป่า​ แถลงข้อเท็จจริงกรณีเสือโคร่งทำร้ายเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งจนเสียชีวิต​ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา​ โดยมี นางชยาภร อามระดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) พร้อมด้วย นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์สัตว์ป่า และนายเพิ่มศักดิ์ กนิษฐชาต หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ร่วมกันแถลงข้อเท็จจริงและมาตรการดำเนินงาน​ ณ​ หน่วยพิทักษ์ป่าทุ่งแฝก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี

นางชยาภร อามระดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ระบุว่า จากการตรวจสอบฐานข้อมูลภาพถ่ายลายเสือโคร่ง (Camera Trap) ซึ่งมีการจัดเก็บและศึกษาวิจัยพัฒนาฐานข้อมูลอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี จนสามารถระบุอัตลักษณ์ลายเสือซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างแม่นยำ ทำให้ยืนยันตัวตนเสือโคร่งได้อย่างแน่ชัดแล้วว่า เป็น 1 ในลูกเสือโคร่งเพศผู้ จำนวน 3 ตัว ของ “แม่เสืออภิญญา” ซึ่งเป็นครอบครัวเสือที่อาศัยและใช้เส้นทางหากินตามธรรมชาติครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 40 ตารางกิโลเมตร บริเวณดังกล่าวอยู่แล้ว

จากการวิเคราะห์พฤติกรรมทางวิชาการและสัญชาตญาณสัตว์ป่า ทำให้เชื่อได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นเหตุบังเอิญทางธรรมชาติ เนื่องจากลูกเสือโคร่งมีอายุประมาณ 1 ปี 6 เดือน ซึ่งเป็นช่วงวัยรุ่นที่กำลังเรียนรู้วิธีการล่า มีพฤติกรรมซุกซน อยากรู้อยากเห็น และเริ่มแยกตัวออกมาเดินหากิน ประกอบกับในช่วงเกิดเหตุเจ้าหน้าที่อยู่ในท่านอนหลับราบขนานกับพื้น ทำให้ลูกเสือเกิดความเข้าใจผิดว่าลักษณะดังกล่าวนั้นคือเหยื่อตามธรรมชาติ จึงเข้าโจมตี ซึ่งโดยปกติแล้วหากเสือพบเห็นมนุษย์ในท่ายืน การเคลื่อนไหว หรือส่งเสียง เสือจะตกใจและหลบหนีไปทันที ทั้งนี้ พฤติกรรมดังกล่าวยังไม่เข้าข่าย “เสือกินคน” เนื่องจากยังไม่มีพฤติกรรมทำร้ายมนุษย์ซ้ำซากหรือเลือกมนุษย์เป็นเหยื่อหลัก อีกทั้งครอบครัวเสือยังคงหากินอยู่ในอาณาเขตเดิม ไม่ได้ตื่นตกใจจนแตกกระเจิงหนีออกนอกพื้นที่ หรือเข้าไปสร้างความเดือดร้อนให้แก่ราษฎรในพื้นที่รอบนอกแต่อย่างใด

สำหรับแนวทางและมาตรการบริหารจัดการต่อจากนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ดำเนินการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติเพื่อติดตามเฝ้าระวังพฤติกรรมของลูกเสืออย่างใกล้ชิด หากพบว่าสามารถหากินและล่าเหยื่อในธรรมชาติได้ตามปกติ จะปล่อยให้อาศัยตามระบบนิเวศเดิม พร้อมเตรียมติดเครื่องมือติดตามเพื่อศึกษาพฤติกรรมระยะยาว แต่หากพบแนวโน้มหรือมีพฤติกรรมเข้าโจมตีเจ้าหน้าที่ซ้ำ จะเข้าสู่กระบวนการจับเพื่อนำไปปรับพฤติกรรมตามหลักวิชาการทันที ในส่วนของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ได้กำชับให้เพิ่มความระมัดระวังขั้นสูงสุด ไม่เปิดโอกาสให้สัตว์ป่าเข้าถึงตัว โดยต้องหลีกเลี่ยงการเดินทางประชันชิดหรือปฏิบัติงานลำพัง ต้องมีคู่หูเดินทางไปด้วย ปรับปรุงพื้นที่พักอาศัยให้มิดชิด และเพิ่มแสงสว่างในจุดมืด โดยเฉพาะการนอนหลับต้องอยู่ในอาคารที่ปลอดภัย นอกจากนี้ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งได้ประกาศปิดการท่องเที่ยวและเข้าศึกษาธรรมชาติเป็นการชั่วคราว จนกว่าการศึกษาเฝ้าระวังพฤติกรรมเสือโคร่งและการประเมินความปลอดภัยในพื้นที่จะเสร็จสิ้น

ทั้งนี้ จากฐานข้อมูลประชากรเสือโคร่งที่ประเมินอัตราการรอดตายสูง (อายุเกิน 1 ปีขึ้นไป) ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ปัจจุบันมีเสือโคร่งเต็มวัยในระบบประมาณ 100 ตัว และมีลูกเสือวัยเจริญเติบโตที่ยังมีความเสี่ยงในการรอดชีวิตอีกประมาณ 30 ตัว รวมถึงมีการกระจายตัวไปยังพื้นที่ป่าข้างเคียงอย่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรอีกประมาณ 40 ตัว ซึ่งศักยภาพของพื้นที่และปริมาณเหยื่อตามขอบเขตป่าห้วยขาแข้งยังคงสามารถรองรับประชากรเสือโคร่งได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย.

ข่าว : อัจจิมา / ภาพ : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด