สบอ.3 (บ้านโป่ง) เผยผลชันสูตรเบื้องต้น “ลูกช้างป่าจิ๋วไทรโยค” พบอวัยวะภายในผิดปกติ เร่งส่งตรวจแล็บหาสาเหตุการตายชัดเจน พร้อมทำพิธีอุทิศส่วนกุศลและฝังร่างตามหลักวิชาการ

วันที่ 4 สิงหาคม 2569 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) และอุทยานแห่งชาติไทรโยค รายงานความคืบหน้ากรณีการดูแลลูกช้างป่าพลัดหลง “จิ๋วไทรโยค” ซึ่งได้ล้มลงอย่างสงบ โดยเมื่อเวลา 09.00 น. คณะเจ้าหน้าที่ได้ประกอบพิธีทางศาสนา นิมนต์พระสงฆ์ 4 รูป มาทำพิธีสวดมาติกาบังสุกุลและทำบุญอุทิศส่วนกุศล ณ อุทยานแห่งชาติไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ต่อมาเวลา 11.00 น. พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรอำเภอไทรโยค ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนประสานส่งซากตรวจชันสูตรทางสัตวแพทย์
ในช่วงเวลา 12.00-16.00 น. คณะผู้ผ่าชันสูตร นำโดย สพ.ญ.เปมิกา แก่นจันทร์ และ น.สพ.ชนะศักดิ์ จิตตวะนา สัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลปศุสัตว์และสัตว์ป่า ปศุปาลัน คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อำเภอไทรโยค ร่วมกับ สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการ สบอ.3 (บ้านโป่ง) ได้ทำการผ่าชันสูตรซากลูกช้างป่า ณ โรงพยาบาลปศุสัตว์และสัตว์ป่า ปศุปาลัน ผลการตรวจเบื้องต้นพบความผิดปกติของอวัยวะภายใน ได้แก่ สะดือยังไม่ปิดสนิท ตับมีลักษณะขอบมน สีออกเหลืองและเนื้อแข็งกว่าปกติ ม้ามมีสีไม่สม่ำเสมอ ลิ้นเป็นแผล เยื่อหุ้มหัวใจมีสีเหลือง ไตนิ่มเหลวและมีปื้นเลือดออกทั้งสองข้าง รวมถึงระบบทางเดินอาหารตั้งแต่กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่ มีสีแดงผิดปกติ

ทั้งนี้ ทีมสัตวแพทย์ได้เก็บตัวอย่างนำส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการทางสัตวแพทย์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เพื่อทำการเพาะเชื้อ ตรวจหาเชื้อ และตรวจทางจุลพยาธิวิทยา โดยคาดว่าจะทราบผลสรุปยืนยันที่ชัดเจนภายใน 1-2 สัปดาห์

นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า “เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทั้งทีมสัตวแพทย์ เจ้าหน้าที่อุทยานฯ และผู้เกี่ยวข้อง ได้ทุ่มเทดูแลลูกช้างป่าจิ๋วไทรโยคอย่างเต็มความสามารถนับตั้งแต่พบตัว แม้จะเป็นเรื่องน่าเสียใจอย่างยิ่งที่ลูกช้างได้จากไป แต่กรมอุทยานฯ จะดำเนินการตามขั้นตอนทางสัตวแพทย์อย่างรอบคอบที่สุด เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงและใช้เป็นแนวทางในการดูแลสัตว์ป่าพลัดหลงต่อไป”
ต่อมาในเวลา 16.00-17.00 น. คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ นำโดย ผอ.สบอ.3 (บ้านโป่ง) ร่วมกับ นายพีร พวงมาลี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรไทรโยค สัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้ร่วมกันประกอบพิธีฝังกลบซากลูกช้างป่าตามหลักวิชาการ ณ บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติไทรโยค โดยขุดหลุมให้ซากอยู่ใต้ผิวดิน โรยปูนขาวกำกับเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ และกลบดินพูนหลุม พร้อมร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ จะเร่งติดตามผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ และจะรายงานสรุปสาเหตุการตายของลูกช้างป่าจิ๋วไทรโยคให้ประชาชนและสื่อมวลชนได้รับทราบอย่างเป็นทางการต่อไป.
ข่าว : อัจจิมา / ภาพ : อุทยานแห่งชาติไทรโยค
