• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

สบอ.3 สาขาเพชรบุรี ตรวจสอบซากกระทิงป่าเพศผู้ นอกเขตกุยบุรี พบร่องรอยคล้ายถูกยิง เร่งชันสูตรหาสาเหตุการตาย

วันที่ 4 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบซากกระทิงป่าเพศผู้ขนาดใหญ่ น้ำหนักราว 900-1,000 กิโลกรัม หลังได้รับแจ้งจากราษฎรว่าพบซากอยู่บริเวณนอกเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ท้องที่หมู่ที่ 8 บ้านพุบอน ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เบื้องต้นนำเครื่องสแกนโลหะตรวจพบวัตถุคล้ายหัวกระสุนปืนบริเวณบาดแผล ประสานทีมสัตวแพทย์เข้าผ่าชันสูตรซากเพื่อหาสาเหตุการตายที่แน่ชัด พร้อมรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด
นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายบำรุงรัตน์ พลอยดำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ว่าเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 09.30 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากราษฎรในพื้นที่ไม่ประสงค์ออกนามว่า พบซากกระทิงป่า จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เร่งลงพื้นที่เข้าตรวจสอบทันที พบซากกระทิงอยู่ภายนอกแนวเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี
จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่ เป็นซากกระทิงป่าเพศผู้ อายุประมาณ 21-25 ปี ลำตัวยาว 240 เซนติเมตร ความสูง 160 เซนติเมตร ปลายเขาข้างซ้ายและขวากว้างห่างกัน 72 เซนติเมตร ส่วนที่กว้างที่สุดของเขากว้าง 77 เซนติเมตร สภาพซากพบร่องรอยบาดแผลขนาด 1×1 เซนติเมตร หลายจุดในบริเวณสันหลังช่วงท้องฝั่งซ้าย เจ้าหน้าที่จึงได้นำเครื่องสแกนโลหะเข้าตรวจพิสูจน์เบื้องต้น ผลปรากฏว่า เครื่องสแกนส่งสัญญาณตรวจพบชิ้นส่วนวัตถุโลหะลักษณะคล้ายหัวกระสุนปืนฝังอยู่บริเวณบาดแผลดังกล่าว

นายนิทัศน์ฯ กล่าวว่า “ได้สั่งการให้ทีมสัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เข้าดำเนินการผ่าชันสูตรซากกระทิงอย่างละเอียดในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 เพื่อพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด และผ่าเก็บวัตถุพยานโลหะดังกล่าว หากผลการชันสูตรชี้ชัดว่าเป็นการถูกทำร้ายด้วยอาวุธปืน จะมอบหมายให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี นำหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 อย่างถึงที่สุดต่อไป”

ทั้งนี้ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานในสังกัดเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) และประสานความร่วมมือกับผู้นำชุมชนในพื้นที่รอบแนวเขตป่าอนุรักษ์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทำร้ายสัตว์ป่า และขอความร่วมมือประชาชนหากพบเห็นการกระทำผิดเกี่ยวกับสัตว์ป่าและทรัพยากรธรรมชาติ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี หรือสายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติฯ 1362 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.

ข่าว : อัจจิมา / ภาพ : อุทยานแห่งชาติกุยบุรี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด