เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ดร.แสงจันทร์ วายทุกข์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าร่วมงาน “EUDR THAILAND 2026 : ขับเคลื่อนการค้าเกษตรไทยสู่มาตรฐานโลก” พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เรื่อง “การแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมขับเคลื่อนการค้าเกษตรไทยสู่มาตรฐานโลก” ณ ห้องวิภาวดี บอลรูม A โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร โดยมี รศ.ดร.นพพร ลีปรีชานนท์ ประธานกรรมการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) เป็นประธานในพิธี เพื่อบูรณาการฐานข้อมูลพื้นที่ป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน มุ่งสู่การสร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ป้องกันการบุกรุกป่าตามกฎระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EUDR)
การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญระหว่าง สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) กับหน่วยงานภาคีเครือข่ายภาครัฐและรัฐวิสาหกิจรวม 11 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, กรมส่งเสริมการเกษตร, กรมวิชาการเกษตร, กรมปศุสัตว์, กรมพัฒนาที่ดิน, กรมป่าไม้, กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, กรมที่ดิน, สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม, การยางแห่งประเทศไทย และองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลตลอดห่วงโซ่อุปทาน ภายใต้แพลตฟอร์ม “EUDR One Data Thailand” ซึ่งจะกลายเป็นโครงข่ายการตรวจสอบย้อนกลับหนึ่งเดียวของประเทศไทยที่ได้มาตรฐานสากล
ดร.แสงจันทร์ วายทุกข์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า “กรมอุทยานแห่งชาติฯ มีความพร้อมอย่างยิ่งในการสนับสนุนข้อมูลเชิงพื้นที่ เพื่อนำมาบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาคี ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไม่ให้ถูกบุกรุกทำลาย แต่ยังเป็นการสร้างกลไกที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรไทยและผู้ประกอบการส่งออกสามารถยืนยันแหล่งที่มาของผลผลิตได้อย่างถูกต้องตามกฎระเบียบ EUDR ช่วยลดอุปสรรคทางการค้า และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน”
ความร่วมมือในขั้นตอนต่อไป ภาคีเครือข่ายทั้ง 11 หน่วยงานจะดำเนินการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูล (API) และกำหนดมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลชุดเดียวกัน เพื่อให้ระบบ “EUDR One Data Thailand” สามารถตรวจสอบพิกัดที่ตั้งของแปลงปลูกและกระบวนการผลิตได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ยางไม้ กาแฟ โกโก้ รวมถึงปศุสัตว์ ให้สามารถส่งออกไปยังกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปได้อย่างราบรื่นและเท่าทันสถานการณ์การค้าโลก.

ข่าว : บานเย็น / ภาพ : ชินวร
