4 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) พร้อมด้วย นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการจัดระเบียบเรือเพื่อการท่องเที่ยว สนองตอบข้อสั่งการของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่กำชับให้จัดระเบียบการท่องเที่ยวทางทะเล มุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างยั่งยืน โดยมี นายจินดา ศรีสุพพัตพงษ์ ผู้อำนวยการส่วนจัดการอุทยานแห่งชาติทางทะเล กองอุทยานแห่งชาติ นายแสงสุรี ซองทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ตลอดจนผู้แทนจาก มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา (ม.อปสท.สร.), ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.), กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ กองทัพเรือ, กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม และ กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมปะการัง ชั้น 6 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
การประชุมครั้งนี้เป็นการขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีวาระสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ แนวทางและมาตรฐานกิจกรรมท่องเที่ยวทางทะเลจากกรมการท่องเที่ยว แนวทางการบริหารจัดการทุ่นและการจัดระเบียบเรือของกรมอุทยานแห่งชาติฯ และแนวทางการจัดระเบียบเรือและการใช้ประโยชน์เพื่อการท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะราชา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีความสำคัญและได้รับความนิยมสูง ในด้านมาตรฐานกิจกรรมท่องเที่ยวทางทะเล ที่ประชุมได้กำหนดให้มีการตรวจสอบความพร้อมของตัวเรือ การจัดการขยะ การใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม คุณสมบัติของเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมเรือ ตลอดจนการแต่งกายและการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวทุกกลุ่มด้วยความเสมอภาค
สำหรับการจัดระเบียบเรือ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้กำหนดมาตรการบังคับใช้กฎหมายกับนักท่องเที่ยวที่ก่อผลกระทบต่อผู้อื่นหรือต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการจัดระเบียบจุดจอดเรือ พร้อมกำหนดขีดความสามารถในการรองรับได้ทางกายภาพของพื้นที่ (Carrying Capacity : CC) และการติดตั้งทุ่นลอยน้ำสำหรับจอดเรือ เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ชายหาดและเพิ่มความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว ตัวอย่างความสำเร็จที่นำมาเป็นต้นแบบ คือการจัดระเบียบเรือท่องเที่ยวบริเวณอ่าวมาหยา อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ซึ่งใช้ระบบธงสัญญาณสีเหลืองและสีแดงแจ้งสถานะที่จอดเรือ พร้อมห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำในบริเวณดังกล่าว เนื่องจากเป็นแหล่งอาศัยและอนุบาลของฉลามหูดำ ส่วนบริเวณอ่าวปิเละและหน้าถ้ำไวกิ้ง ใช้ธงเขียวและธงแดงกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการดำน้ำตื้นตามระดับน้ำขึ้น-ลง ทั้งนี้ ผู้ที่จงใจฝ่าฝืนข้อห้ามจะถูกดำเนินการปรับเป็นพินัยสูงสุดถึง 100,000 บาท ตามข้อสั่งการของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ

ในส่วนของพื้นที่เกาะราชาใหญ่ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้นำเทคโนโลยีมาใช้เก็บข้อมูลการใช้ประโยชน์พื้นที่บริเวณอ่าวปะตก ทั้งจำนวนและขนาดเรือ จำนวนนักท่องเที่ยว และกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งพบปัญหาสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ ความแออัดในการจอดเรือ ปัญหาด้านทุ่นและการเดินเรือ และความท้าทายด้านเทคนิคและความปลอดภัย นอกจากนี้ ยังมีการบังคับใช้ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง มาตรการคุ้มครองทรัพยากรปะการังจากกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำ พ.ศ. 2568 ซึ่งกำหนดให้กิจกรรมดำน้ำทุกประเภทต้องมีผู้ควบคุมดูแลนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด เช่น การดำน้ำลึกกำหนดอัตราส่วนผู้ควบคุม 1 คน ต่อนักท่องเที่ยว 4 คน
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้วางแผนเบื้องต้นในการขับเคลื่อนแนวทางการจัดระเบียบเรือและการใช้ประโยชน์เพื่อการท่องเที่ยวให้ครอบคลุมพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเลอื่น ๆ เพิ่มเติม โดยมีอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์เป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายสำคัญที่จะขยายผลในระยะต่อไป
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำหนดกรอบการดำเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน โดยแบ่งความรับผิดชอบตามภารกิจ ได้แก่ กรมการท่องเที่ยว รับผิดชอบด้านมาตรฐานกิจกรรมท่องเที่ยวทางทะเล กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รับผิดชอบกำหนดข้อมูลและแผนงานในพื้นที่เป้าหมาย และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) รับผิดชอบด้านการจัดระเบียบเรือท่องเที่ยว โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องจัดส่งข้อมูลการบริหารจัดการพื้นที่ในความรับผิดชอบ ภายในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เพื่อรวบรวมนำเสนอในการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทยที่จะจัดขึ้นในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ซึ่งจะเป็นเวทีพิจารณาความคืบหน้าและกำหนดแนวทางการดำเนินงานร่วมกันในระยะต่อไป
.
สำหรับขั้นตอนต่อไป กรมอุทยานแห่งชาติฯ จะร่วมกับกรมการท่องเที่ยว กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และศรชล. จัดทำรายละเอียดมาตรฐานและแนวปฏิบัติให้ครอบคลุมอุทยานแห่งชาติทางทะเลทั้ง 26 แห่งทั่วประเทศ โดยเริ่มในพื้นที่เกาะราชาใหญ่ – หมู่เกาะพีพี พื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ก่อนขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป เพื่อสนองนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการทำให้การท่องเที่ยวทางทะเลของไทยเป็นไปอย่างมีระเบียบ ปลอดภัย และรักษาไว้ซึ่งความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน.
ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : มรุพงษ์
