• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

สืบสานพระราชปณิธาน “พัชรสุธาคชานุรักษ์” ตามรอยพระจริยวัตร “พระองค์ภาฯ ” จากหยาดเหงื่อกลางป่า สู่ศรัทธาแห่งการอยู่ร่วมกัน

หากย้อนกลับไปในอดีต ภาพความขัดแย้งระหว่าง “คน” กับ “ช้างป่า” ในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก (ฉะเชิงเทรา, จันทบุรี, ระยอง, ชลบุรี และสระแก้ว) กลายเป็นโจทย์ข้อใหญ่ที่ท้าทายการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของประเทศเป็นอย่างยิ่ง
แต่แล้ว… ท่ามกลางความตึงเครียดนั้น แสงแห่งพระบารมีและทางออกที่ยั่งยืนก็ได้จุดประกายขึ้น

ในปี พ.ศ. 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ รับโครงการอนุรักษ์ช้างป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมพระราชทานชื่ออันเป็นมงคลว่า “โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์” ซึ่งแปลว่า “น้ำดื่มค้ำจุนช้างป่าให้แข็งแกร่งดั่งเพชร” โดยทรงรับเป็นองค์ประธานที่ปรึกษาโครงการ และทรงมอบหมายภารกิจอันยิ่งใหญ่นี้ให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงดำรงตำแหน่งองค์ประธานกรรมการ

จากจุดนั้นเอง… หน้าประวัติศาสตร์การอนุรักษ์บทใหม่ที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นและความอบอุ่นจึงได้เริ่มต้นขึ้น
▪️จากห้องประชุมสู่ผืนป่า 7 ครั้งแห่งความทรงจำและพระวิริยอุตสาหะ

การแก้ปัญหาความขัดแย้งบนเนื้อที่กว่า 1,644,531 ไร่ ไม่ใช่เรื่องที่จะสำเร็จได้เพียงแค่การสั่งการจากห้องประชุมในเมืองหลวง พระองค์ภาทรงตระหนักในข้อนี้ดี พระองค์จึงทรงเลือกที่จะ “เดินเข้าหาปัญหา” ด้วยพระองค์เอง
ภาพของเจ้าฟ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ ในฉลองพระองค์ชุดเดินป่าทะมัดทะแมง เสด็จพระดำเนินลุยโคลน ท่ามกลางแดดร้อนและฝุ่นควัน เพื่อไปประทับแรมและทรงงาน ณ อาคารศูนย์ปฏิบัติการป่าไม้และสัตว์ป่า กลายเป็นภาพที่เจนตาและประทับอยู่ในใจของเจ้าหน้าที่และราษฎรในพื้นที่อย่างไม่มีวันลืมเลือน
ตลอดระยะเวลาหลายปี พระองค์เสด็จฯ ลงพื้นที่ติดตามงานอย่างใกล้ชิดถึง 7 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งล้วนสะท้อนถึงความห่วงใยและพระอัจฉริยภาพในการแก้ปัญหา
.
✨ ครั้งที่ 1 (18 กุมภาพันธ์ 2561): เสด็จฯ สำรวจและรวบรวมข้อมูลในพื้นที่จริงตั้งแต่ก่อนตั้งโครงการฯ ทรงรับฟังเสียงของชาวบ้านด้วยพระพักตร์ที่เปี่ยมด้วยความเห็นอกเห็นใจ
✨ ครั้งที่ 2 (27 พฤศจิกายน 2562): ภายหลังการจัดตั้งโครงการในพระบรมราชูปถัมภ์ เสด็จฯ วางแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างทุกภาคส่วน
✨ ครั้งที่ 3 (9 มกราคม 2563) & ครั้งที่ 4 (26 กุมภาพันธ์ 2563): เสด็จฯ ติดตามการสร้างแหล่งน้ำและแหล่งอาหารในป่าลึกอย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงช้างกลับสู่บ้านที่แท้จริง
✨ ครั้งที่ 5 (9 มิถุนายน 2563) & ครั้งที่ 6 (6 ธันวาคม 2563): ทรงติดตามระบบความปลอดภัยของชุมชนและการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการเฝ้าระวัง
✨ ครั้งที่ 7 (18 มิถุนายน 2564): เสด็จฯ ทรงงานทั้งในด้านการฟื้นฟูป่าและการพัฒนาอาชีพ เพื่อให้คนในชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองและอยู่ร่วมกับช้างได้อย่างผาสุก
ทุกๆ ครั้งที่เสด็จพระดำเนิน คือการเติมพลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่า และเป็นการตอกย้ำว่า “ประชาชนของพระองค์จะไม่ต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง”
.
จากหยาดเหงื่อในวันนั้น สู่ผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมในวันนี้ โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ ภายใต้การนำของพระองค์ภา ได้พลิกฟื้นผืนป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ให้กลายเป็นโมเดลต้นแบบระดับประเทศ ผ่านแนวคิดการจัดการ 3 มิติ

1. คืนความสมบูรณ์ให้บ้านช้าง (ในป่าอนุรักษ์) เพราะ “ช้างออกนอกป่าเพราะขาดแคลน” โครงการฯ จึงได้ฟื้นฟูทุ่งหญ้ากว่า 6,064 ไร่ ปรับปรุงป่าปลูกเพื่อเป็นแหล่งอาหารสัตว์ป่า 2,900 ไร่ ปลูกพืชอาหารช้างอีก 1,500 ไร่ พร้อมสร้างโป่งเทียม 144 แห่ง และจัดทำฝายชะลอน้ำ 118 แห่ง เพื่อให้ช้างมีทั้งน้ำและอาหารอุดมสมบูรณ์ในป่าลึก โดยไม่จำเป็นต้องลงมารบกวนพื้นที่เกษตรกรรม
.
2. ปกป้องชุมชนด้วยเทคโนโลยีและความร่วมมือ (แนวเขตป่า) การสร้างความปลอดภัยให้ราษฎรเป็นสิ่งสำคัญ มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามและเฝ้าระวังช้างป่าฯ ติดตั้งกล้องอัจฉริยะ NCAPS 40 ชุด และกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าอีก 22 ชุด พร้อมทั้งสนับสนุนชุดเคลื่อนที่เร็วและครุภัณฑ์ผลักดันช้างป่ารวมกว่า 26 ชุด ทำให้เจ้าหน้าที่และชาวบ้านสามารถรู้เท่าทันการเคลื่อนไหวของช้างและป้องกันอุบัติเหตุได้อย่างทันท่วงที
.
3. พัฒนาคุณภาพชีวิตและปลูกจิตสำนึก (ในชุมชน) ส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกป่าตามแนวพระราชดำริ “ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” จำนวน 1,148 ไร่ รวมถึงการปลูกพืชสมุนไพรที่ไม่ใช่พืชอาหารช้างเพื่อสร้างรายได้ และที่น่าประทับใจที่สุดคือการบ่มเพาะเยาวชนผ่านโครงการ “นักวิจัยน้อยคชานุรักษ์” เพื่อให้เด็กๆ ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ เรียนรู้พฤติกรรมของช้าง ปรับตัว และเติบโตขึ้นมาอย่างเข้าใจธรรมชาติ
💚 เรื่องราวของ “โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์” ไม่ใช่แค่เรื่องของการอนุรักษ์สัตว์ป่า แต่เป็นเรื่องราวแห่งความรักและความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีต่อพสกนิกรและผืนป่าไทย ตามรอยพระจริยวัตรอันงดงามของ “พระองค์ภา” พระผู้ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อเปลี่ยน “เสียงความขัดแย้ง” ให้กลายเป็น “เสียงเพลงแห่งความเกื้อกูล”

ในนามของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พวกเราข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้พิทักษ์ป่าทุกคน ขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะ ขอน้อมนำพระราชปณิธานและแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ มาขับเคลื่อนและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดยั้ง
เราจะทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ และสติปัญญา ในการดูแลรักษาผืนป่ารอยต่อ 5 จังหวัดแห่งนี้ พัฒนาแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร และระบบเฝ้าระวังให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสืบสานพระราชปณิธาน “การสร้างสมดุลคนและช้างป่า” ให้เติบโตอย่างยั่งยืน และคงอยู่คู่แผ่นดินไทยสืบไป.

“น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหา ที่สุดมิได้ ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด”

ข่าว : อัจจิมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด