• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

อุทยานฯ พุเตย รวบ 3 พรานป่า พร้อมปืนกลางดึก ขานรับนโยบาย “รมว.ทส.” บังคับใช้กฎหมายเคร่งครัดช่วงฤดูไฟป่า

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 อุทยานแห่งชาติพุเตย บูรณาการกำลังออกลาดตระเวนเชิงรุกตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สกัดจับกลุ่มผู้ลักลอบล่าสัตว์ป่าพร้อมอาวุธปืนลูกซองและปืนแก๊ป พบพฤติกรรมสร้างซุ้มบังไพร หวังล่าสัตว์ในช่วงฤดูกาลไฟป่า

นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า ตามนโยบายของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) รวมถึงข้อสั่งการของนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่เน้นย้ำให้พื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการจัดเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเพื่อป้องกันการลักลอบล่าสัตว์ป่า ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดไฟป่ารุนแรงในเขตพื้นที่อนุรักษ์

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 นางสาวสาวิตรี เชื้อพงษ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติพุเตย รายงานว่า คณะเจ้าหน้าที่นำโดย นายสุชิน งามยิ่ง พนักงานพิทักษ์ป่า ได้สนธิกำลังออกตรวจปราบปรามบริเวณป่าเขาตู่ตี่ ต.ห้วยขมิ้น อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี กระทั่งตรวจพบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยและกลุ่มชาย 3 คน พร้อมอาวุธปืนครบมือ ขณะเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าจับกุม กลุ่มผู้ต้องหาพยายามหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวนายศรีไพร (สงวนนามสกุล) ไว้ได้ทันควัน พร้อมของกลางเป็นอาวุธปืนลูกซองเดี่ยวสภาพพร้อมใช้งาน

นางสาวสาวิตรี กล่าวต่อว่า ภายหลังการขอกำลังสนับสนุนจากสายตรวจส่วนกลาง เจ้าหน้าที่ได้ทำการขยายผลจนสามารถติดตามจับกุมนายถาวร (สงวนนามสกุล) ขณะกำลังวิ่งหลบหนี ตรวจพบอุปกรณ์ล่าสัตว์และปืนแก๊ปที่ซุกซ่อนในกอไผ่ นอกจากนี้ ยังพบ “ซุ้มบังไพร” สภาพใหม่และร่องรอยสัตว์ป่าในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความตั้งใจในการเข้ามาล่าสัตว์ป่าในเขตอุทยานฯ

อย่างไรก็ตาม ผู้กระทำผิดรายที่ 3 คือ นายประครอง (สงวนนามสกุล) ได้อาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้ในตอนแรก เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานงานร่วมกับผู้ใหญ่บ้านป่าขี เพื่อกดดันให้นายประครองเข้ามอบตัว จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น. นายประครองได้เดินทางมาแสดงตัวพร้อมรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับพวกเข้ามาล่าสัตว์จริง และนำเจ้าหน้าที่ไปยึดปืนแก๊ปอีก 1 กระบอกที่ซุกซ่อนไว้

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาฝ่าฝืน พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 19(7) และมาตรา 20 รวมถึงความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ โดยในส่วนของโทษปรับทางพินัยตามกฎหมายใหม่ คณะเจ้าหน้าที่ได้พิจารณาปรับรายละ 5,000 บาท และได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ด่านช้าง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุดต่อไป.

ข่าว : อัจจิมา / ภาพ : อุทยานแห่งชาติพุเตย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด