ท่ามกลางควันไฟและเถ้าถ่านที่ยังคงคุกรุ่น เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าห้วยทับเสลา-ห้วยระบำ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ได้พบลูกพญากระรอกดำตัวน้อยอยู่ใต้ต้นไม้ระหว่างปฏิบัติภารกิจทำแนวกันไฟ เชื่อว่าตกหล่นออกจากโพรงรัง อันเป็นผลสืบเนื่องจากวิกฤตไฟป่าที่กำลังลุกลาม โชคดีที่ได้รับการช่วยเหลือและดูแลได้ทันเวลาก่อนที่ชีวิตน้อยๆ จะสูญสิ้น
ไฟป่าไม่ได้ทำลายเพียงพื้นที่สีเขียว แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตในวงกว้างอย่างที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง ทั้งการสูญเสียที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิดอาศัยอยู่ในโพรงไม้ รังบนยอดไม้ หรือในชั้นพืชคลุมดิน เมื่อไฟเผาทำลาย สัตว์เหล่านั้นจะสูญเสียบ้านทันที และไม่สามารถกลับมาได้ในชั่วข้ามคืน
พญากระรอกดำ (Ratufa bicolor) เป็นกระรอกขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีความยาวลำตัวรวมหางได้ถึงกว่า 70 เซนติเมตร อาศัยอยู่บนยอดไม้สูงในป่าดิบชื้นและป่าผสมผลัดใบ ปัจจุบันถูกจัดอยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองของประเทศไทย เนื่องจากจำนวนประชากรลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยและการล่า เหตุการณ์ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การช่วยชีวิตสัตว์ตัวหนึ่ง แต่คือการรักษาสายพันธุ์อันทรงคุณค่าให้คงอยู่ต่อไป
ไฟป่าส่วนใหญ่ในประเทศไทยไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่มาจาก การลักลอบเผาป่า เพื่อล้างพื้นที่ทางการเกษตร การหาของป่า หรือด้วยความประมาทเลินเล่อ ความเสียหายที่เกิดขึ้นในแต่ละปีมีมูลค่ามหาศาล ทั้งในแง่ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพที่ไม่อาจตีราคาได้
เบื้องหลังการช่วยชีวิตลูกพญากระรอกดำครั้งนี้ คือความเหนื่อยล้าของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่ทำงานต่อเนื่องยาวนานในสภาวะอันตราย พวกเขาไม่เพียงแต่ดับไฟและทำแนวกันไฟ แต่ยังเอาใจใส่ทุกชีวิตเล็กๆ ที่พบเจอระหว่างทาง นั่นคือจิตวิญญาณของการอนุรักษ์ที่แท้จริง
หยุดเผาป่า คือการให้ชีวิตแก่สัตว์ป่า ทุกเปลวไฟที่จุดขึ้น อาจเป็นการดับลมหายใจของสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีทางสู้และไม่มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือได้เลย.

ข่าวและภาพ : เขตห้ามล่าสัตว์ป่าห้วยทับเสลา-ห้วยระบำ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์)
