เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 นายยุทธพงค์ ดำศรีสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดพิทักษ์ป่าสนธิกำลังร่วมกับ ตชด.135, ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า และตำรวจ สภ.ทองผาภูมิ เข้าจับกุมหญิงไทยขณะกำลังชำแหละซากกวางป่าสดใหม่น้ำหนักรวม 106 กิโลกรัม บริเวณหลังร้านค้าในตำบลห้วยเขย่ง พบเป็นผลพวงจากการลักลอบจุดไฟเผาป่าเพื่อไล่ล่าสัตว์

การจับกุมครั้งนี้ขานรับนโยบายเร่งด่วนของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) และนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยนายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ได้เน้นย้ำให้พื้นที่ป่าอนุรักษ์บังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาดในช่วงฤดูไฟป่า เนื่องจากพบพฤติการณ์กลุ่มบุคคลมัก “ลักลอบจุดไฟเผาป่าอนุรักษ์” เพื่อให้สัตว์ป่าตกใจหนีออกมาหรือเพื่อให้หญ้าระบัดแตกใหม่สำหรับล่อสัตว์มาติดกับ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าเสียหายอย่างรุนแรง

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.50 น. นายยุทธพงค์ ดำศรีสุข ได้สั่งการให้นายพีรพัฒน์ แก้วดำรงค์ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจอุทยานฯ หน่วยพิทักษ์ฯ ทภ.8 (เขาเย็น) และ ทภ.2 (ไม้ยักษ์) สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ หลังได้รับแจ้งจากสายข่าวว่ามีการลักลอบนำซากสัตว์ป่าออกมาชำแหละบริเวณริมลำห้วยหลังร้านขายของชำแห่งหนึ่ง ใกล้จุดสกัดพัสดุกลาง
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบบุคคลเพศหญิงทราบชื่อคือ นางจันทร์เพ็ญ (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ภูมิลำเนาชาวอำเภอทองผาภูมิ กำลังนั่งชำแหละซากสัตว์ป่าอยู่บนผ้ายางสีดำ ตรวจสอบพบเป็นซากกวางป่าสดใหม่ที่ถูกหั่นแยกเป็นกอง พร้อมอุปกรณ์มีดอีโต้และเขียง รวมน้ำหนักซากกวางป่าสูงถึง 106 กิโลกรัม

จากการสอบสวน นางจันทร์เพ็ญ ยอมรับว่าซากดังกล่าวเป็นกวางป่าจริง โดยเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันเดียวกัน มีนายพรานสัญชาติเมียนมา 2 คน แบกใส่กระสอบมาส่งให้ตนถึงที่บ้าน โดยอ้างว่าล่ามาจากในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ตนจึงรับไว้และนัดจ่ายเงินภายหลัง จนกระทั่งช่วงสายจึงนำมาชำแหละเพื่อเตรียมทำอาหารและแบ่งขายให้ญาติพี่น้อง แต่ถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมเสียก่อน โดยปฏิเสธตนเองไม่ได้เป็นคนเข้าไปเผาป่าหรือล่าสัตว์ด้วยตนเอง เพียงแต่รับซากมาเท่านั้น
เจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมพร้อมยึดของกลาง 3 รายการ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ โดยพิจารณาดำเนินคดีในข้อหาตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ฐานครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ฐานเก็บหาของป่าอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนฯ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามตัวนายพรานที่เข้าไปลักลอบล่าสัตว์ในเขตอุทยานฯ มาดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องในข้อหาลักลอบล่าสัตว์ป่า นำอาวุธเข้าเขตอุทยานฯ และกระทำการที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างร้ายแรงและความหลากหลายทางชีวภาพจากการจุดไฟเผาป่าต่อไป
ข่าว : อัจจิมา
