• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

รองนายกฯ “สุชาติ” ลงพื้นที่เชียงใหม่ ยกระดับสกัดไฟป่าเชิงรุก ชูโมเดลบูรณาการทุกภาคส่วน

รองนายกฯ “สุชาติ” ลงพื้นที่เชียงใหม่ ยกระดับสกัดไฟป่าเชิงรุก ชูโมเดลบูรณาการทุกภาคส่วน ชูโมเดลบูรณาการทุกภาคส่วน พร้อมดันงบประมาณสนับสนุนพื้นที่ภาคเหนืออย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง ประกอบด้วย พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษา รมว.ทส., น.ส.ภัทรานันท์ ทองประพาฬ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี, นายนิพนธ์ จำนงค์ศิริศักดิ์ รองปลัด ทส., นายเผด็จ ลายทอง รองปลัด ทส., นายชิดชนก สุขมงคล ผู้ตรวจราชการ ทส. และนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันอย่างใกล้ชิด

โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และนายพิชัย เลิศพงษ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมประชุมสรุปสถานการณ์ ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ก่อนเดินทางไปตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ณ อุทยานแห่งชาติศรีลานนา จุดยุทธศาสตร์สำคัญในการดูแลพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ

ในโอกาสนี้ รมว.ทส. ได้มอบอาหารและของยังชีพเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการดับไฟป่า พร้อมลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานสนับสนุนทางอากาศบริเวณเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ซึ่งมีการประสานงานใช้เฮลิคอปเตอร์ขนส่งน้ำเพื่อดับไฟในพื้นที่เขาสูงชันที่ยากแก่การเข้าถึง

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ตั้งใจมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน โดยเน้นย้ำว่าการแก้ไขปัญหาไฟป่าต้องอาศัยการบูรณาการร่วมกันทั้งทหาร ตำรวจ ท้องถิ่น และภาคประชาชน

“ผมได้รับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนถึงความเดือดร้อนจากปัญหาฝุ่นควัน ซึ่งผมจะนำเรื่องนี้เข้าหารือกับรัฐบาลโดยเร่งด่วน เพื่อพิจารณาจัดสรรงบประมาณลงสู่พื้นที่ภาคเหนือให้มากขึ้นและยั่งยืน สอดคล้องกับความรุนแรงของสถานการณ์ในแต่ละปี” นายสุชาติ กล่าว

นอกจากนี้ รมว.ทส. ยังได้กล่าวถึงกลยุทธ์การทำงานร่วมกับอากาศยานว่า “เราได้สนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ รวม 3 ลำ เพื่อปฏิบัติภารกิจทิ้งน้ำสกัดไฟในจุดสูงชัน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงอันตรายแก่เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินที่อาจถูกไฟล้อมหากทิศทางลมเปลี่ยน”

ในส่วนของมาตรการชุมชน นายสุชาติได้เสนอแนวคิดโมเดลความร่วมมือกับกลุ่มชาวบ้านที่ใช้ประโยชน์จากป่า เน้นการสร้างความรับผิดชอบร่วมกัน หากพบการเผาในพื้นที่ใดต้องจำกัดการเข้าถึง แต่ขณะเดียวกันรัฐบาลก็พร้อมสนับสนุนงบประมาณการเฝ้าระวัง เพื่อรักษาป่าไม้ให้เป็นแหล่งอาหารและรายได้ของชุมชนอย่างยั่งยืน

สำหรับสถิติการดำเนินงานตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงกลางเดือนมีนาคม 2569 พบว่าจำนวนจุดความร้อน (Hotspot) ลดลงถึงร้อยละ 56.06 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งจัดในปัจจุบัน ทำให้ต้องยกระดับมาตรการขั้นสูงสุด

ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ระบุข้อมูล ณ วันที่ 30 มีนาคม 2569 (รอบเช้า) พบจุดความร้อนสะสมทั่วประเทศรวม 62,877 จุด โดยในวันนี้พบสูงถึง 3,781 จุด พื้นที่เฝ้าระวังสำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่มป่าเขื่อนภูมิพล, กลุ่มป่าแม่ยม, กลุ่มป่าศรีลานนา-แม่ลาว, กลุ่มป่าถ้ำผาไท และกลุ่มป่าเหนือเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งเป็นพื้นที่เขาสูงชันที่ต้องใช้อากาศยานสนับสนุน

ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ได้สั่งการยกระดับมาตรการขั้นสูงสุด ทั้งการประกาศปิดป่าในพื้นที่เสี่ยง เพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวน และขอความร่วมมือประชาชนงดเผาป่าอย่างเด็ดขาด เพื่อเร่งคืนอากาศบริสุทธิ์และรักษาภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง.

ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : มรุพงษ์ , พชร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด