• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

กรมอุทยานฯ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ สร้างการมีส่วนร่วมบริหารจัดการพื้นที่สงวนชีวมณฑลไทยสู่มาตรฐานสากล

กรมอุทยานฯ ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ณ จังหวัดลำปาง รุกสร้างการมีส่วนร่วมบริหารจัดการพื้นที่สงวนชีวมณฑลไทยสู่มาตรฐานสากล

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยกองการต่างประเทศ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “การส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการพื้นที่สงวนชีวมณฑล” ระหว่างวันที่ 26-27 กุมภาพันธ์ 2569 ณ จังหวัดลำปาง มุ่งยกระดับการบริหารจัดการพื้นที่สงวนชีวมณฑลในไทยสู่ความเป็นเลิศ

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุธน ตันโสภณธนาศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 สาขาลำปาง ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุม ณ โรงแรมทรีธารา อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง โดยมี นางสาวอภิญญา ใจแท้ ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจแก่คณะอนุกรรมการโครงการมนุษย์และชีวมณฑล (MAB Programme) ตลอดจนผู้ปฏิบัติงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกระดับ เพื่อใช้เป็นเวทีกลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และข้อเสนอแนะที่จะขับเคลื่อนพื้นที่สงวนชีวมณฑลของประเทศไทยไปสู่การเป็นต้นแบบการบริหารจัดการที่เป็นเลิศ

เนื้อหาหลักของการประชุมในครั้งนี้ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของพื้นที่สงวนชีวมณฑล การนำกรอบแผนปฏิบัติการหางโจว (Hangzhou Action Plan) ของยูเนสโกมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของไทย รวมถึงการเปิดพื้นที่อภิปรายถึงบทบาทสำคัญของเยาวชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการส่งต่อเจตนารมณ์ด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีการระดมความคิดเห็นอย่างเข้มข้นเพื่อทบทวนกรอบการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ก่อนจะนำคณะผู้เข้าร่วมประชุมลงพื้นที่ศึกษาดูงานภาคปฏิบัติ ณ พื้นที่สงวนชีวมณฑลป่าสักห้วยทากในวันที่สองของการประชุม เพื่อสัมผัสกลไกการทำงานจริงในพื้นที่และเชื่อมโยงทฤษฎีสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

ความสำเร็จของการประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมืออย่างดียิ่งของผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน 40 ท่าน และคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิอีก 12 ท่าน ซึ่งมาจากหน่วยงานที่หลากหลายครอบคลุมทุกมิติ ทั้งจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับสถาบันทางวิชาการและวิจัยอย่างสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ และสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) นอกจากนี้ ยังได้รับพลังขับเคลื่อนจากภาคท้องถิ่นและเยาวชน นำโดยอำเภองาว โรงเรียนบ้านอ้อน โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 85 มูลนิธิผืนป่าในใจเรา เครือข่ายเยาวชนระดับโลกเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ ประจำประเทศไทย (GYBN Thailand) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่สำคัญที่สุดคือ เสียงจากภาคประชาชนในพื้นที่สงวนชีวมณฑล ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนสืบไป.

ข่าว : วรวัฒน์

ภาพ : กองการต่างประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด