• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

อธิบดีกรมอุทยานฯ ลงพื้นที่ชายแดนศรีสะเกษ เยียวยาเจ้าหน้าที่-ประชาชนจากเหตุปะทะ เตรียมฟื้นฟูพร้อมกำหนดมาตรการความปลอดภัยพื้นที่ป่าอนุรักษ์

วันที่ 11 มกราคม 2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง ประกอบด้วย นายณฐกร สุวรรณธาดา ที่ปรึกษาอธิบดีฯ นางสายสุดใจ ชุนเชาวฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ นายมนัส ปานมน ผู้อำนวยการสำนักแผนงานและสารสนเทศ และนายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เดินทางลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อติดตามสถานการณ์และให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีนายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ร่วมให้การต้อนรับและรายงานสถานการณ์

ในโอกาสนี้ นายอรรถพลพร้อมคณะได้เดินทางไปยังบ้านของนายรัตนวงษ์ จันอ่อน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน (บุคคลภายนอก) ณ บ้านเสาธงชัย ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์ปะทะด้วยอาวุธหนัก BM-21 ส่งผลให้บ้านพักถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหลัง

โดยนายอรรถพลมอบทุนการศึกษาให้บุตรของเจ้าหน้าที่ที่บ้านได้รับผลกระทบและได้มอบเงินสนับสนุนจาก “โครงการเพื่อนช่วยเพื่อน กรมอุทยานแห่งชาติ” ให้แก่ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (สบอ.9) เพื่อเป็นกองทุนหลักในการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่ โดยเบื้องต้น สบอ.9 ได้นำเงินส่วนหนึ่งจัดซื้อสิ่งของจำเป็นเพื่อมอบให้แก่นายรัตนวงษ์ ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ 1 คัน และอุปกรณ์ยังชีพและเครื่องใช้ที่จำเป็น เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและแสดงถึงความห่วงใยที่ไม่ทอดทิ้งกันของคนในองค์กร

จากนั้น คณะได้เดินทางต่อไปยังโรงเรียนภูมิซรอลวิทยา เพื่อรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ชายแดนจากผู้แทนกองกำลังสุรนารี พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญและนโยบายการป้องกันปัญหาไฟป่าหมอกควันในพื้นที่รอยต่อชายแดน

ทางด้านนายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 รายงานว่า เหตุปะทะรอบล่าสุดเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 บริเวณภูผาเหล็ก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก และได้ขยายตัวครอบคลุมแนวชายแดน 7 จังหวัด ส่งผลให้ทรัพย์สินทางราชการได้รับความเสียหายหลายจุด อาทิ อาคารและแหล่งท่องเที่ยวผามออีแดงในอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร รวม 18 รายการ หน่วยพิทักษ์ป่าตาเมียงในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ รวมถึงอาคารสำนักงานชั่วคราวในพื้นที่หน่วยจัดการต้นน้ำห้วยโตง-ห้วยด่าน

ทั้งนี้ กรมอุทยานฯ ได้เร่งดำเนินการตามนโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ให้ดำเนินการตามนโยบาย 6 ด้าน ประกอบด้วย พื้นที่ปลอดภัย ศูนย์พักพิง สนับสนุนการอพยพ เฝ้าระวังภัยลาดตระเวนร่วม เยียวยาเจ้าหน้าที่ และสนับสนุนการเก็บกู้วัตถุระเบิด โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสวัสดิภาพของเจ้าหน้าที่และประชาชนเป็นอันดับแรก ทั้งนี้ ได้ดำเนินการอพยพหน่วยงานในพื้นที่เสี่ยง สนับสนุนศูนย์พักพิงและจุดอพยพรวม 38 แห่ง พร้อมส่งกำลังดูแลความปลอดภัยในหมู่บ้านและจัดกิจกรรมจิตอาสาเพื่อช่วยเหลือราษฎรในด้านต่างๆ อาทิ การซ่อมแซมหลุมหลบภัย การช่วยเก็บเกี่ยวพืชผลการเกษตร และการจัดตั้งศูนย์รับบริจาคเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างรอบด้าน

นายอรรถพลได้กล่าวทิ้งท้ายว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดูแลเจ้าหน้าที่และประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมที่จะสนับสนุนทรัพยากรทุกด้านเพื่อรักษาความสงบสุขและคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติป่าอนุรักษ์ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบอย่างเต็มกำลัง สำหรับการปรับปรุงอาคารต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ได้วางแผนให้บรรจุงบประมาณในการซ่อมแซมและสร้างสิ่งก่อสร้างไว้ในงบประมาณปกติ ประจำปี 2570 และขอขอบใจเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทุ่มเททำงานที่เสียสละเพื่อประชาชน ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกคน ทำงานโดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด