ปี พ.ศ. 2517 ณ ปากน้ำปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ บริเวณชายทะเลที่ครั้งหนึ่งเคยรกร้างว่างเปล่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงมีพระราชเสาวนีย์สนับสนุนให้กรมป่าไม้ปลูกพันธุ์ไม้ต่างๆ เพื่อพัฒนาเป็นป่าอเนกประโยชน์ที่จะเป็นทั้งแหล่งผลิตไม้ ที่พักผ่อนหย่อนใจ แนวป้องกันลมพายุ และเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำที่สำคัญ
นี่คือจุดเริ่มต้นของ “โครงการพัฒนาป่าไม้ปากน้ำปราณบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ที่จะกลายเป็นต้นแบบการอนุรักษ์ป่าชายเลนที่ยั่งยืน
“ให้จัดทำแนวเขตพื้นที่ให้ชัดเจน ป้องกันการบุกรุกพื้นที่ และพยายามรักษาพื้นที่ป่าที่เหลือน้อยอยู่แล้วให้คงอยู่ต่อไป”
พระราชดำรัสเพียงไม่กี่บรรทัดนี้ กลายเป็นแนวทางสำคัญที่นำไปสู่การคุ้มครองและพัฒนาวนอุทยานปราณบุรีจนถึงปัจจุบัน
วนอุทยานปราณบุรีตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองเก่าและป่าคลองคอย ครอบคลุมพื้นที่ในตำบลปากน้ำปราณและตำบลวังก์พง อำเภอปราณบุรี มีเอกลักษณ์พิเศษที่หาได้ยากในพื้นที่อื่น พื้นที่มีความหลากหลายของระบบนิเวศที่นี่มีทั้ง ป่าชายเลนและป่าชายหาดที่อุดมสมบูรณ์ ป่าเบญจพรรณผสมป่าดิบแล้ง และป่าผลัดใบและป่าไม้ผลัดใบที่สลับซับซ้อน
สัตว์ป่าหายากที่ฟื้นคืนชีพ : นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ทรงปล่อยสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครองคืนสู่ธรรมชาติ เช่น เลียงผา กวางป่า นกยูง และไก่ป่า สัตว์เหล่านี้ได้ขยายพันธุ์จนมีจำนวนมากในปัจจุบัน เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศแห่งนี้
การพัฒนาวนอุทยานปราณบุรีผ่านขั้นตอนที่ยาวนาน เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน : เมื่อ 30 กันยายน พ.ศ. 2525 กรมป่าไม้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานครั้งแรก พื้นที่ประมาณ 1,984 ไร่ พ.ศ.2560-2562 ดำเนินการสำรวจเพื่อขยายพื้นที่ โดยผนวกป่าที่สงวนรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติในเขาเต่า บริเวณป่าเขาเบญจพรรณ รวมเนื้อที่ประมาณ 2,145 ไร่
30 ธันวาคม พ.ศ. 2563 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประกาศกำหนดพื้นที่อย่างเป็นทางการเป็น “วนอุทยานปราณบุรี” เนื้อที่ 919 ไร่ ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562
วนอุทยานปราณบุรีได้กลายเป็นมากกว่าพื้นที่อนุรักษ์ธรรมดา แต่เป็นห้องเรียนธรรมชาติกลางแจ้งที่นักท่องเที่ยวและประชาชนได้เรียนรู้และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ การปลูกป่าชายเลนและป่าชายหาด การปล่อยปลาทะเลและสัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติ การล่องเรือชมธรรมชาติและวิถีชีวิตประมงท้องถิ่น การเก็บขยะในลำคลองและชายหาด และการศึกษาดูงานโครงการพระราชดำริ
วันนี้ วนอุทยานปราณบุรีนับเป็นต้นแบบของการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่ผสานความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ การท่องเที่ยว และการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่น
ผืนป่าชายเลนแห่งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เมื่อมีพระราชปณิธานที่มุ่งมั่น ร่วมกับความร่วมมือของทุกภาคส่วน ธรรมชาติที่เคยเสื่อมโทรมสามารถฟื้นคืนสู่ความสมบูรณ์ได้ และคงอยู่เป็นมรดกล้ำค่าสืบไปยังอนุชนรุ่นหลังตลอดกาล

