วันที่ 27 มกราคม 2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายการปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ร่วมกับหน่วยงานภายใต้สังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) โดยมีนายสราวุธ อุเทนรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ให้การต้อนรับ มีผู้บริหารสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) จ.ชลบุรี และผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting
ในที่ประชุมมีการรายงานภาพรวมสถานการณ์ช้างป่าภาคตะวันออก ที่มีการกระจายตัวประมาณ 800 ตัว โดยในช่วงเดือน ต.ค. – ธ.ค. 2568 มีการออกนอกพื้นที่จำนวน 1,292 ครั้ง ซึ่งมากกว่าในช่วงเดียวกันของปี 2567 ที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นช่วงอากาศร้อนและแล้ง แหล่งน้ำในธรรมชาติอาจไม่เพียงพอ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการออกนอกพื้นที่เพิ่มขึ้นอีกในช่วงฤดูกาลผลไม้ออกผลผลิต อธิบดีกรมอุทยานฯ จึงได้มอบนโยบายการผลักดันช้างป่ากลับป่าเข้าป่าเพื่อความปลอดภัยของช้างและคน พร้อมทั้งเร่งรัดเตรียมความพร้อมเรื่องการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่าให้รวดเร็ว เมื่องบประมาณมาถึงจะได้ดำเนินการได้อย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน
ทั้งนี้ อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้มอบนโยบายการทำงาน โดยเน้นย้ำการแก้ไขปัญหาสัตว์ป่ารบกวนประชาชนให้เป็นวาระเร่งด่วนควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาที่ดินของราษฎรในเขตป่าเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้เป็นไปตามระเบียบ
ในส่วนของการแก้ปัญหาลิงรบกวนประชาชนให้มีการจัดการเชิงรุกด้วยความร่วมมือกับท้องถิ่น โดยเน้นย้ำว่าปัญหาความเดือดร้อนจากลิงแสมใน จ.ชลบุรี โดยเฉพาะบริเวณ อ.เมือง ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ ภายใต้โมเดลเช่นเดียวกับ จ.ลพบุรี “ท้องถิ่นหนุนงบ อุทยานฯ หนุนวิชาการ” โดยในปีนี้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ตั้งเป้าเชิงรุกดำเนินการทำหมันลิงในพื้นที่วิกฤต แยกบ้านสวน และบิ๊กซี รวมจำนวน 350 ตัวภายในปีนี้ การยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน โดยให้ประสานเทศบาลเมืองศรีราชาสนับสนุนงบประมาณก่อสร้าง “กรงพักพิงลิงมาตรฐาน” เพื่อเป็นจุดพักและควบคุมประชากรลิงอย่างยั่งยืน เปลี่ยนผ่านจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าสู่การบริหารจัดการเชิงพื้นที่ และในส่วนของกำลังเจ้าหน้าที่กำชับให้ทีมสัตวแพทย์วางแผนการทำงานแบบเป็นขั้นตอน (Step-by-Step) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานภายใต้ข้อจำกัดด้านกำลังพลและความปลอดภัยสูงสุดให้กับทั้งคนและสัตว์
ด้านการป้องกันและควบคุมไฟป่า หลังรับฟังรายงานสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ อธิบดีฯ ได้กำชับการทำงานเชิงรุก ด้วยบูรณาการร่วมกับท้องถิ่นในการรณรงค์ประชาสัมพันธ์แบบ “เคาะประตูบ้าน” ในชุมชนพื้นที่รอบแนวป่าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกำชับเรื่องการตั้งจุดเฝ้าระวังไฟป่าให้ดำเนินการในพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมและมีการติดตามอย่างใกล้ชิด
ในส่วนของการแก้ไขปัญหาที่ดินของราษฎรในเขตป่าอนุรักษ์ ลดความขัดแย้งรัฐ-ประชา เพื่อแก้ไขปัญหาการทับซ้อนของที่ดินทำกินในเขตป่าอนุรักษ์ ได้มอบหมายภารกิจเร่งด่วนในการรังวัดแนวเขตและตรวจสอบคุณสมบัติในพื้นที่เป้าหมายรวม 99,000 ไร่ โดยเฉพาะใน จ.จันทบุรี ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 80,000 ไร่ ทั้งนี้ ให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 นำ “เชียงใหม่โมเดล” มาปรับใช้ในการประสานความร่วมมือกับ อบจ. หรือ อปท. เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการรังวัด ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการรวดเร็วขึ้น
สำหรับการบริหารจัดการช้างป่า “รอยต่อชลบุรี-ระยอง” ได้สั่งการเชิงนโยบายแก่หน่วยงานในพื้นที่เพื่อจัดการสถานการณ์ช้างป่าในเขตหนองใหญ่และพื้นที่รอยต่อจังหวัดระยองอย่างเบ็ดเสร็จ สำหรับปฏิบัติการผลักดันและเคลื่อนย้าย ใช้หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมกับอาสาสมัครผลักดันช้าง พร้อมประสานตำรวจทางหลวงปิดกั้นจุดข้ามถนนให้ชัดเจน และให้ปรับแผนหน้างานขยับรัศมีพื้นที่ปฏิบัติการเพื่อเลี่ยงพื้นที่ชุมชนแออัด รวมถึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่เข้าพบผู้นำชุมชนในจุดยุทธศาสตร์เพื่อชี้แจงแผนงานล่วงหน้า และให้เร่งจัดทำรายละเอียด “กองทุนเยียวยาและระบบประกันภัยภาคสมัครใจ” เพื่อเป็นหลักประกันความเสียหายแก่เกษตรกร ทั้งนี้ ให้พิจารณานำอากาศยานไร้คนขับ (Drone) มาใช้ระบุพิกัดช้างในจุดบอดที่เป็นป่ารกและสวนผลไม้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการปฏิบัติงานภาคสนาม
“เป้าหมายของเราคือการลดประชากรช้างที่ตกค้างในพื้นที่เกษตรกรรมลงให้ได้ร้อยละ 60-80 แม้จะเป็นงานที่ต้องอาศัยความพยายามสูง แต่เราต้องทำงานเชิงรุกร่วมกับท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนและสัตว์ป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล“
ในตอนท้าย อธิบดีฯ ได้ติดตามการบริการจัดการแหล่งท่องเที่ยว โดยรับฟังรายงานจากหัวหน้าหน่วยงานภาคสนาม ซึ่งได้เน้นย้ำถึงมาตรการด้านความปลอดภัยและการจัดการขยะในพื้นที่ ให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัดและเป็นระบบ พร้อมกล่าวขอบคุณและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่กันอย่างเต็มที่ตลอดมา

