เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมป่าไม้ และตำรวจ กก.2 บก.ปทส บุกเข้าตรวจค้นบริษัทแห่งหนึ่งในตำบลหันสัง อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังสืบทราบว่ามีความเกี่ยวข้องกับการลักลอบค้าไม้มีค่าข้ามชาติจากพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในภาคเหนือ แต่กลับพบหลักฐานการครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองจำนวนมหาศาลซุกซ่อนอยู่ภายในสถานที่
นายนาวี ช้างภิรมย์ หัวหน้าชุดเหยี่ยวดง เปิดเผยว่า นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และนายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า ได้สั่งการให้ชุดเหยี่ยวดง พร้อมด้วยศูนย์ข่าวกรองอาชญากรรมสัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรี ร่วมกับตำรวจ กก.2 บก.ปทส และตำรวจ สภ.บางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตรวจค้นบริษัทแห่งหนึ่งในตำบลหันสัง อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
จากการตรวจค้นอาคารลักษณะโรงครัวภายในบริษัท เจ้าหน้าที่พบตู้แช่แข็งขนาด 612 ลิตร บรรจุซากสัตว์ป่าคุ้มครองจำนวนมาก โดยสามารถตรวจยึดได้ทั้งสิ้นดังนี้ กลุ่มนก 23 ชนิด รวม 85 ซาก ประกอบด้วย นกช้อนหอยดำเหลือบ นกเค้า นกกาน้ำเล็ก นกอ้ายงั่ว นกปากห่าง นกอีโก้ง นกยางโทนน้อย นกกาบบัว นกเอี้ยงด่าง นกแสก นกช้อนหอย นกอีล้ำ นกเป็ดน้ำ นกเป็ด นกคุ้ม นกเขาเปล้า นกยาง เหยี่ยว และนกไม่ทราบชนิดอีกหลายซาก นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 8 ชนิด ได้แก่ กระรอก ลิ่น และอีเห็น รวมถึงซากส่วนต่างๆ 4 ชิ้น และเกล็ดลิ่นไม่ทราบชนิด น้ำหนักรวม 900 กรัม ซึ่งเป็นสัตว์ป่าที่ถูกลักลอบค้ามากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก
นายนาวี ระบุว่า ระหว่างการตรวจค้น ไม่พบเจ้าของบริษัทในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญชายคนหนึ่งที่อยู่บริเวณดังกล่าว ซึ่งแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของที่ดินและผู้ให้เช่า โดยให้ปากคำว่าได้ทำสัญญาเช่า 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2568 เพื่อใช้เป็นโกดังเก็บและค้าไม้ และปกติติดต่อผู้เช่าผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์เท่านั้น โดยวันเกิดเหตุได้พยายามติดต่อผู้เช่าแล้วแต่ไม่ได้รับการตอบสนองใดๆ ชายดังกล่าวจึงทำหน้าที่เป็นพยานในการตรวจค้น
คณะเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจยึดซากสัตว์ป่าคุ้มครองทั้งหมด พร้อมตู้แช่แข็งซึ่งเป็นอุปกรณ์การกระทำผิด และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อดำเนินคดีในข้อหา “มีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามมาตรา 17 และมาตรา 92 แห่ง พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มีโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
โดยมอบหมายให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรี เป็นผู้กล่าวโทษ และนำซากสัตว์ป่าของกลางทั้งหมดส่งตรวจพิสูจน์ชนิดพันธุ์และเก็บรักษาตามระเบียบต่อไป ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวเจ้าของบริษัทมาดำเนินคดีตามกฎหมาย.

