• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

กรมอุทยานฯ เผยแนวทางดูแลช้างป่า “ชูใจ-มานี” เน้นติดตามเฝ้าระวังใกล้ชิด​ พบช้างใช้ชีวิตกับโขลงได้​

กรมอุทยานฯ เผยแนวทางดูแลช้างป่า “ชูใจ-มานี” เน้นติดตามเฝ้าระวังใกล้ชิดพร้อมเข้าช่วยเหลือ​ พบช้างใช้ชีวิตกับโขลงได้​ ด้านสัตวแพทย์ระบุการให้ช้างใช้ชีวิตตามธรรมชาติ​ขณะนี้เป็นแนวทางที่ปลอดภัยต่อตัวช้าง

วันที่ 7 มีนาคม 2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยถึงกรณีความห่วงใยของประชาชนที่มีต่อ “ชูใจ-มานี” ช้างป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยระบุว่าได้รับรายงานและสั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เฝ้าระวังความปลอดภัยของช้างป่าโดยต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษทั้งในด้านสรีระและพฤติกรรมของโขลงช้างด้วย

ด้านทีมสัตวแพทย์ ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ให้ข้อมูลเพิ่มว่า ชูใจ-มานี​ เป็นช้างป่าที่ทีมสัตวแพทย์เข้ามารักษาตั้งแต่ปี​ 2566 ซึ่งที่คู่ออกมาหากินที่บ้านคลองมหา​ด​ พังมานีมีอาการบาดเจ็บทางทวารที่ปิ้นออกมา​ ส่วนพังชูใจพิการที่ขา​ โดยในตอนนั้นที่ทีมแพทย์ติดตามรักษาพบว่า พังชูใจเดินเข้าป่าลึกไปกับโขลงก่อน​ ล่าสุดพบรายงานเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา​ ซึ่งช้างทั้ง​ 2 ก็เดินตามโขลงเข้าป่าไป​อีก​ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ยังติดตามอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม จากการประเมินร่วมกันของทีมสัตวแพทย์เกี่ยวกับอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่ขาหน้าด้านขวาของชูใจ พบว่าการเข้าควบคุมตัวเพื่อรักษาด้วยการใช้ยาซึมนั้นมีความเสี่ยงสูงอย่างยิ่ง เนื่องจากสภาพพื้นที่ป่าในปัจจุบันเป็นภูเขาสลับซับซ้อน หากช้างป่าชูใจ ได้รับยาซึมและไม่สามารถรองรับน้ำหนักตัวเองได้ มีความเสี่ยงที่จะล้มตัวลงนอนในจุดที่รถเครนที่จะใช้ช่วยพยุงตัวให้ลุกขึ้นเข้าไม่ถึงได้ทันท่วงที ช้างป่าอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนและเสียชีวิตได้ แม้จะได้รับยาแก้ฤทธิ์ยาซึมก็ตาม

ปัจจุบัน ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน รวมถึงมูลนิธิด้านสวัสดิภาพสัตว์ ได้ประสานงานติดตามร่องรอยของพังชูใจและพังมานีอย่างต่อเนื่อง แม้ทั้งคู่จะมีอาการบาดเจ็บเรื้อรังแต่ยังคงสามารถหากินและใช้ชีวิตร่วมกับโขลงตามธรรมชาติได้ดี การไม่เข้าไปรบกวนหรือเคลื่อนย้ายจึงเป็นผลดีต่อตัวช้างมากที่สุดในขณะนี้

ทีมสัตวแพทย์ยืนยันว่าการปล่อยให้ชูใจใช้ชีวิตตามธรรมชาติ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด แต่หากในอนาคตพบว่าอาการบาดเจ็บที่มีความเสี่ยงต่อการดำรงชีวิตของช้างป่า​ ทางกรมอุทยานฯ จะพิจารณาแผนการช่วยเหลือโดยกานนำออกจากป่ามารักษาต่อไป เพื่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยสูงสุดของช้างป่าทุกตัว.

ข่าว : อัจจิมา / ภาพ : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด