วันที่ 13 มีนาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานในพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ประชาชนและช้างป่าที่เสียชีวิตจากเหตุความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง เนื่องในงาน “วันช้างไทย ประจำปี 2569” โดยมีนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นายวีระ ขุนไชยรักษ์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า นายสราวุธ อุเทนรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชน นักเรียน เจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวัง ผลักดันช้างป่าและแก้ไขปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงานกว่า 500 คน ณ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 48 จังหวัดจันทบุรี ตำบลพลวง อำเภอเขาเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี
โดยกิจกรรมในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ช้างป่าและคนที่เสียชีวิตจากการเผชิญเหตุในพื้นที่ จากนั้นมีพิธีมอบรางวัลให้แก่นักเรียนที่ชนะเลิศการประกวดวาดภาพ หัวข้อ “วันช้างไทย” และมอบถุงยังชีพให้เจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวัง ผลักดันช้างป่าและแก้ไขปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่ จำนวน 31 ชุด โอกาสนี้ ท่าน รมว.ทส. ได้มอบเงินเยียวยาค่าเสียหายที่เกิดจากช้างป่า จากระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่าจากงบกลาง พ.ศ. 2568 และปล่อยขบวนชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวัง ผลักดันช้างป่าและแก้ไขปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. กล่าวว่า ผมให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาช้างป่า โดยมีเป้าหมายหลักในการสร้างสมดุลที่ยั่งยืนระหว่างการอนุรักษ์สัตว์ป่ากับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงได้ให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน “โครงการ Quick Win” หรือปฏิบัติการเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาแบบบูรณาการให้ครบทุกมิติ เริ่มจากการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยช้างป่า และให้เพิ่มชุดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า และบูรณาการเครือข่ายภาคประชาชน การทำแนวป้องกันช้างป่าเพิ่มเติม และให้นำเทคโนโลยี AI และระบบเตือนภัยล่วงหน้าอัจฉริยะ (SMART Early Warning) ผ่าน SMS มาใช้ดูแลความปลอดภัยประชาชน และให้พัฒนาระบบการช่วยเหลือเยียวยาแบบ One Stop Service ที่ลดขั้นตอนและรวดเร็ว เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ซึ่งล่าสุดรัฐบาลโดยสำนักงบประมาณได้อนุมัติงบเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากช้างป่าในงวดที่ 1 แล้ว จำนวน 7.3 ล้านบาท เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจในการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งคนกับช้างป่าในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคตะวันออก จากความร่วมมือในการแก้ปัญหาช้างป่าที่เริ่มเป็นรูปธรรมชัดเจนมากขึ้น
ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ผลักดันให้มีการจัดตั้งชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า จนสามารถลดความสูญเสียของราษฎรในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอัตราการเสียชีวิตลดลงกว่าร้อยละ 23 จาก 39 คน ในปี 2567 เหลือ 30 คน ในปี 2568 เช่นเดียวกับผู้ได้รับบาดเจ็บที่ลดลงถึงร้อยละ 15 จาก 34 คน เหลือเพียง 29 คน นอกจากนี้ ความเสียหายต่อทรัพย์สินลดลง 71 ครั้ง และพืชผลทางการเกษตรที่เสียหายก็ลดลงถึง 1,507 ครั้ง ดังนั้น ในปีงบประมาณ 2569 จึงจัดตั้งเจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าเพิ่มเป็น 195 ชุด และเครือข่ายอาสาสมัคร 300 ชุด เพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ให้ได้มากที่สุด
“การแก้ปัญหาคนกับช้างมีความละเอียดอ่อน จึงมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจผ่านโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ ในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนจะประกอบอาชีพได้อย่างปลอดภัย ขณะที่ช้างป่าก็มีแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ในเขตป่า ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ดำเนินการใน 6 มาตรการแก้ไขปัญหาช้างป่า เริ่มตั้งแต่จัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพื่อเป็นแหล่งอาศัยของช้างป่า ด้านการจัดการแนวป้องกันช้างป่า ด้านการสนับสนุนชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าและเครือข่ายชุมชน ด้านการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่า ด้านการจัดการพื้นที่รองรับช้างป่าอย่างยั่งยืน ด้านการจัดการประชากรโดยการควบคุมประชากรช้างป่าด้วยวัคซีนคุมกำเนิด” นายอรรถพล กล่าว

ข่าว : น้ำเพชร
ภาพ : พชร
