ในยามที่ผืนป่าไทยกำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากการพัฒนาและการบุกรุก สัตว์ป่าหายากจำนวนมากต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด
พระราชดำริอันทรงคุณค่าของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้กลายเป็นแสงสว่างแห่งความหวังให้กับสรรพชีวิตเหล่านั้น
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2525 ขณะที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาพื้นที่ราบเชิงเขา จังหวัดปราจีนบุรี พระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นศักยภาพอันยิ่งใหญ่ที่ซ่อนอยู่ในผืนป่าบริเวณด้านล่างอ่างเก็บน้ำช่องกล่ำบน
พระราชเสาวนีย์ที่ประทานในวันนั้นเปี่ยมด้วยพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกล “บริเวณด้านล่างของอ่างเก็บน้ำช่องกล่ำบน มีสภาพเหมาะสม น่าจะทำเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าหายากและใกล้สูญพันธุ์ อีกทั้งเป็นการอนุรักษ์สัตว์ป่า และสภาพป่าในบริเวณใกล้เคียงให้อยู่ในสภาพดีด้วย”
พระราชดำรัสเพียงไม่กี่ประโยคนี้ สะท้อนถึงพระราชหฤทัยที่ไม่เพียงแต่ห่วงใยชีวิตสัตว์ป่าเท่านั้น แต่ยังทอดพระเนตรเห็นความเชื่อมโยงระหว่างสัตว์ป่า ผืนป่า และความสมดุลของระบบนิเวศอย่างองค์รวม
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันล้นเหลือ ในปี พ.ศ. 2526 “สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน” จึงได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการโดยกรมป่าไม้ กองอนุรักษ์สัตว์ป่า บนพื้นที่กว่า 430 ไร่ ในท้องที่บ้านคลองคันโท ตำบลหนองหมากฝ้าย อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติปางสีดา
สถานีแห่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่สถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์ธรรมดา แต่เป็นบ้านแห่งชีวิตที่มอบโอกาสครั้งที่สองให้กับสัตว์ป่าหายากที่กำลังเผชิญหน้ากับการสูญพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น “เป็ดก่า” นกน้ำหายากที่เคยอุดมสมบูรณ์ในดินแดนสยาม “เก้งและกวาง” สัตว์กีบคู่ที่เคยวิ่งเล่นอย่างอิสระในผืนป่า “นกเงือก” สัญลักษณ์แห่งป่าดงดิบที่กำลังถูกคุกคาม ตลอดจน นกนานาชนิดที่ทำให้ท้องฟ้าไทยยังคงมีสีสัน
3. การรักษาสมดุลธรรมชาติ อนุรักษ์ป่าไม้ในบริเวณใกล้เคียงให้คงความอุดมสมบูรณ์ สร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาและการอนุรักษ์
วันนี้ แม้เวลาจะผ่านไปกว่าสี่ทศวรรษ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบนยังคงเดินหน้าสืบสานพระราชปณิธานอย่างไม่หยุดยั้ง ทำหน้าที่เป็นต้นกำเนิดแห่งชีวิตใหม่สำหรับสัตว์ป่าหายาก เป็นสถานพยาบาลสำหรับสัตว์ป่าที่ได้รับบาดเจ็บ เป็นห้องเรียนธรรมชาติที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน ตลอดจนขยังเป็นศูนย์วิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์
พระราชดำรัสที่ทรงประทานไว้ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงคำสอนธรรมดา แต่เป็นปรัชญาแห่งการดำรงอยู่ที่เตือนใจเราว่า มนุษย์และธรรมชาติไม่ได้แยกจากกัน เราเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศขนาดใหญ่ การทำลายธรรมชาติคือการทำลายตัวเราเอง และการอนุรักษ์ธรรมชาติคือการรักษาชีวิตของเราไว้
วันนี้ เมื่อเราเดินเข้าสู่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน เราไม่ได้เพียงแค่พบเจอสัตว์ป่า แต่เรากำลังสัมผัสถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทอดยาวจากอดีตมาสู่ปัจจุบัน และจะดำรงอยู่ตราบนานเท่านาน

