เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 เวลา 06.00 น. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาน้ำพุ จังหวัดกาญจนบุรี บูรณาการความร่วมมือกับ WWF Thailand องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยมหิดล เปิดปฏิบัติการวางยาสลบ ติดปลอกคอ และเคลื่อนย้ายวัวแดงเข้าสู่คอกปรับสภาพก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ (Soft Release) ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ โดยมี นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ ในภารกิจเคลื่อนย้ายวัวแดงจำนวน 3 ตัว จากศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาน้ำพุ อำเภอศรีสวัสดิ์ ไปยังหน่วยพิทักษ์ป่าสลักพระ (เขาเสือ) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จังหวัดกาญจนบุรี

พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายจากหลายภาคส่วน อาทิ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ศูนย์อ้างอิงโรคปากและเท้าเปื่อยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โรงพยาบาลนานาสัตว์ มูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โรงพยาบาลท่ากระดาน พล.ร.9 ร.ร.จิตอาสาพระราชทาน เทศบาลตำบลเอราวัณ ชมรม ทสปช. เพื่อความมั่นคง รวมถึงมวลชนจิตอาสาอนุรักษ์วัวแดง เข้าร่วมสนับสนุนปฏิบัติการครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นปีที่ 6 ของโครงการปล่อยวัวแดงคืนสู่ธรรมชาติ
สำหรับปี 2569 มีวัวแดงเตรียมปล่อยคืนสู่ป่าจำนวน 3 ตัว อายุประมาณ 5-7 ปี ได้แก่ “น้องวันดี” เพศเมีย และ “น้องฟ้าก้อง” กับ “น้องฟ้าคราม” เพศผู้ โดยก่อนปฏิบัติการ ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ได้ประชุมเตรียมความพร้อมทุกขั้นตอนอย่างรอบคอบ เนื่องจากวัวแดงเป็นสัตว์ป่าขนาดใหญ่ มีสัญชาตญาณตามธรรมชาติ แม้อยู่ในคอกเลี้ยงก็ตาม จึงต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและความแม่นยำเป็นพิเศษ ก่อนการเคลื่อนย้าย วัวแดงทุกตัวต้องผ่านการฝึกกล่องล่วงหน้า เพื่อสร้างความคุ้นชิน ลดความตื่นตกใจและความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ

เมื่อถึงเวลาปฏิบัติการจึงเริ่มวางยาสลบ เก็บตัวอย่าง DNA ตรวจสุขภาพอย่างละเอียด และติดปลอกคอติดตามตัว ระบบ GPS Collar 1 ตัว และระบบ Radio Collar 2 ตัว ซึ่งทุกขั้นตอนต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว รอบคอบ และแข่งกับเวลา จากนั้นนำวัวแดงเข้าในกล่องฝึก ใช้เครนยกขึ้นรถบรรทุกจำนวน 3 คัน เคลื่อนย้ายเป็นระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร ไปยังคอกเตรียมปล่อย (Soft Release) ใจกลางป่าสลักพระ พบว่าวัวแดงทั้งสามตัวมีสุขภาพแข็งแรง และสามารถเดินออกจากกล่องได้ตามปกติ และหลังจากนี้ วัวแดงจะอยู่ในคอกปรับสภาพเพื่อให้คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติและลดการใกล้ชิดกับมนุษย์ ก่อนปล่อยคืนสู่ผืนป่าอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคมนี้

โดยนายเสรี นาคบุญ หัวหน้าศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาน้ำพุและเป็นหัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า “สำหรับโครงการปล่อยวัวแดงคืนสู่ธรรมชาติในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จังหวัดกาญจนบุรี ถือเป็นโครงการปล่อยวัวแดงอย่างเป็นทางการครั้งแรกของโลก ได้ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 จนถึงปัจจุบัน สามารถนำวัวแดงคืนสู่ธรรมชาติแล้ว 16 ตัว และในปี 2569 นี้ จะเพิ่มอีก 3 ตัว รวมเป็น 19 ตัว จากการติดตามวิจัยอย่างต่อเนื่องทั้งการเดินสำรวจและการใช้กล้องดักถ่าย พบว่าวัวแดงสามารถปรับตัวดำรงชีวิตและขยายพันธุ์ในธรรมชาติได้ มีลูกเกิดในป่าอย่างน้อย 40 ตัว ส่งผลให้ปัจจุบันมีประชากรวัวแดงในพื้นที่อย่างน้อย 56 ตัว หลังจากเคยสูญพันธุ์ไปจากผืนป่าสลักพระนานกว่า 30 ปี นับเป็นความสำเร็จที่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการสร้างเครือข่ายมวลชนจิตอาสาอนุรักษ์วัวแดงรอบผืนป่าอย่างเข้มแข็ง”

ทั้งนี้ การนำวัวแดงกลับคืนสู่ป่าสลักพระ ไม่เพียงช่วยเพิ่มประชากรสัตว์ป่าที่สูญหายไปจากถิ่นอาศัย แต่ยังช่วยเติมเต็มห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศ และสร้างองค์ความรู้ด้านการวิจัยสัตว์ป่าที่สำคัญของประเทศไทย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน.
