กรมอุทยานฯ พร้อมสนับสนุน “พืชสมุนไพร-พืชหอม” สร้างความสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์กับการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน รับวันสัตว์ป่าและพืชป่าโลก 2026
วันที่ 3 มีนาคม 2569 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แสดงพลังขับเคลื่อนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในเวทีโลก เนื่องในโอกาส วันสัตว์ป่าและพืชป่าโลก ประจำปี 2569 (World Wildlife Day 2026) พร้อมสนับสนุนและยกระดับการคุ้มครอง “พืชสมุนไพรและพืชหอม” ภายใต้แนวคิด “Medicinal and Aromatic Plants : Conserving Health, Heritage and Livelihoods” เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า กรมอุทยานฯ ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจหลักในการดูแลรักษาพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ เล็งเห็นถึงความสำคัญของพืชสมุนไพรและพืชหอม ซึ่งเป็น “มรดกทางภูมิปัญญา” ที่ฝังรากลึกในวิถีชีวิตคนไทย ทั้งในด้านการแพทย์แผนไทย อุตสาหกรรมสุขภาพ และวัฒนธรรมอาหาร โดยในปี 2569 นี้ กรมอุทยานฯ มุ่งเน้นการชี้ให้เห็นถึงคุณค่าที่หลากหลาย ควบคู่ไปกับการเฝ้าระวังภัยคุกคามจากการใช้ประโยชน์เกินขีดจำกัดและการค้าที่ผิดกฎหมาย

นายอรรถพล กล่าวว่า การปกป้องถิ่นกำเนิดของพืชพันธุ์เหล่านี้ เราไม่ได้ทำเพียงการเฝ้าระวัง แต่เรากำลังขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรแบบบูรณาการ ทั้งการกำกับดูแลการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าภายใต้กรอบอนุสัญญา CITES ให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และการส่งเสริมงานวิจัยเชิงนวัตกรรมชีวภาพ เพื่อให้พืชสมุนไพรไทยเติบโตจาก “ป่าอนุรักษ์” สู่ “เศรษฐกิจฐานราก” ที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง
นอกจากงานด้านการคุ้มครองแล้ว กรมอุทยานฯ ยังเปิดพื้นที่สวนพฤกษศาสตร์และสวนรุกขชาติในความดูแลทั่วประเทศ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิต เพื่อให้ประชาชนได้สัมผัสและตระหนักถึงคุณค่าของสมุนไพรหายาก พร้อมกันนี้ กองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา ยังได้จัดทำวิดิทัศน์ชุดพิเศษ เพื่อเผยแพร่ภาพความล้ำค่าของพืชหอมและสมุนไพรไทยสู่สายตานานาชาติผ่านแพลตฟอร์มของสหประชาชาติ (UN) อีกด้วย
“การรักษาพืชสมุนไพรในป่าอนุรักษ์ คือการรักษาความมั่นคงทางสุขภาพของคนไทย กรมอุทยานฯ พร้อมเดินหน้าเป็นแกนกลางในการเชื่อมโยงป่า ชุมชน และโลกเข้าด้วยกัน เพื่อส่งต่อมรดกทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ที่สุดสู่คนรุ่นหลัง” อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าว.

ภาพ : สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช
