บรรยากาศวันมาฆบูชา ณ ยอดเขาคิชฌกูฏ เต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และพลังศรัทธา พุทธศาสนิกชนจากทั่วสารทิศเดินทางร่วมพิธีเวียนเทียนท่ามกลางแสงจันทร์และขุนเขา พร้อมมาตรการดูแลความปลอดภัยเข้มข้น
วันที่ 3 มีนาคม 2569 นายสราวุธ อุเทนรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) เปิดเผยว่า ในค่ำคืนวันมาฆบูชาปีนี้ ณ อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยตลอดทั้งวันมีประชาชนทยอยเดินทางขึ้นไปสักการะรอยพระพุทธบาทอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงค่ำ บริเวณลานประกอบพิธี สว่างไสวไปด้วยแสงเทียนจากพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมเวียนเทียน และร่วมสวดมนต์เจริญจิตภาวนา เพื่อน้อมรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง “โอวาทปาติโมกข์” อันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา
สำหรับการอำนวยความสะดวกนั้น นายสราวุธ ระบุว่า เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิด ทั้งการจัดระเบียบคิวรถรับ-ส่ง การจราจร ตลอดจนการดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการ เพื่อให้ผู้แสวงบุญสามารถประกอบศาสนกิจได้อย่างราบรื่นและอิ่มบุญ
“เขาคิชฌกูฏ” มิใช่เพียงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดจันทบุรี แต่ยังได้รับขนานนามว่าเป็น “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ใกล้ชิดสรวงสวรรค์ที่สุด” การเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาเพื่อสักการะรอยพระพุทธบาทพลวง ซึ่งตั้งอยู่บนความสูงชัน ต้องอาศัยทั้งความเพียรและพลังศรัทธาอันแรงกล้า การได้มากราบไหว้ ณ ที่แห่งนี้ จึงถือเป็นสิริมงคลสูงสุดในชีวิต และเป็นบททดสอบจิตใจของผู้แสวงบุญจากทั่วสารทิศ
ด้านสถิติผู้เดินทางมานมัสการรอยพระพุทธบาทในปีนี้ ตั้งแต่เริ่มเปิดงานเมื่อวันที่ 19 มกราคม จนถึงปัจจุบัน (3 มีนาคม 2569) รวมระยะเวลา 44 วัน มียอดสะสมผู้แสวงบุญรวมทั้งสิ้น 380,562 คน โดยคาดการณ์ว่าในวันนี้ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา จะมีผู้เดินทางขึ้นสู่ยอดเขามากกว่า 15,000 คน สะท้อนถึงพลังศรัทธาที่หลอมรวมผู้คนนับแสนสู่ยอดเขาแห่งนี้อย่างไม่เสื่อมคลาย
ทั้งนี้ พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวที่สนใจ ยังคงสามารถเดินทางมาร่วมสัมผัสความมหัศจรรย์แห่งศรัทธาและทัศนียภาพที่งดงามของเขาคิชฌกูฏได้ จนกว่าจะสิ้นสุดเทศกาลงานนมัสการในวันที่ 19 มีนาคม 2569.

