สบอ.2 (ศรีราชา) ระดมทีมสัตวแพทย์ประชุมวางแผนฟื้นฟู “ลูกช้างป่า” ตามข้อสั่งการ รมว.ทส. คาดประเมินสุขภาพ 7-15 วัน ก่อนพิจารณาปล่อยคืนสู่ฝูงธรรมชาติ
วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 นายสราวุธ อุเทนรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) เปิดเผยว่า คณะสัตวแพทย์ เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า และหัวหน้าหน่วยงานอนุรักษ์ในพื้นที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองเครือหวายเฉลิมพระเกียรติ, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว, สถานีควบคุมไฟป่าเขาสอยดาว, สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสอยดาว และส่วนเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า กองอนุรักษ์สัตว์ป่า ร่วมประชุมหารือ ณ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) เพื่อกำหนดแนวทางการดูแล ฟื้นฟูสุขภาพ และเตรียมความพร้อมในการปล่อยลูกช้างป่าเพศผู้ ความสูง 110 เซนติเมตร อายุประมาณ 1.5-2 ปี กลับคืนสู่ฝูงตามธรรมชาติอย่างปลอดภัย
ด้านนายพิทักษ์ ยิ่งยง ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.2 ระบุว่า การประชุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายและข้อสั่งการของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามหลักวิชาการและมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์อย่างเคร่งครัด โดยผลการประเมินสภาพร่างกายและพฤติกรรมในระยะใกล้ล่าสุด พบว่าลูกช้างป่าอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย มีพฤติกรรมการกินอาหารปกติ และในช่วงค่ำสามารถนอนหลับพักผ่อนได้อย่างผ่อนคลาย โดยมีเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าระวังดูแลใกล้ชิดตลอดเวลา
สำหรับการฟื้นฟูสุขภาพ คณะสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้จัดทำแผนจัดการด้านโภชนาการอย่างเหมาะสม เน้นการเสริมพืชอาหารตามธรรมชาติ พร้อมพิจารณาเสริมจุลินทรีย์จากมูลช้างป่าเพื่อปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร ซึ่งจัดหาโดยชุดเคลื่อนที่เร็วในพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งนี้ จะมีการบันทึกปริมาณอาหาร พฤติกรรม และการเปลี่ยนแปลงทางสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการดูแลและประเมินสุขภาพเบื้องต้นประมาณ 7-15 วัน
ส่วนการเตรียมความพร้อมในการปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ ที่ประชุมได้กำหนดให้มีการสำรวจและประเมินความเหมาะสมของพื้นที่เป้าหมาย 5 แห่ง ได้แก่ 1. พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว (ใกล้สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสอยดาว) 2. พื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น 3. พื้นที่ริมอ่างเก็บน้ำคลองประแกต 4. พื้นที่ป่าเขาละโมก หมู่ที่ 6 ตำบลพวา อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี และ 5. พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน (ด้านจังหวัดจันทบุรี)
ทั้งนี้ การตัดสินใจเลือกพื้นที่และการปล่อยลูกช้างป่าจะพิจารณาจากผลการประเมินความสมบูรณ์แข็งแรง พฤติกรรม และผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อประเมินความเสี่ยงด้านโรคก่อนเป็นสำคัญ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ และมั่นใจว่าลูกช้างป่าจะสามารถดำรงชีวิตร่วมกับฝูงในธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย.
ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา)
