วันที่ 28 สิงหาคม 2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกรมอุทยานแห่งชาติฯ ครั้งที่ 3/2569 โดยมี นายวีระ ขุนไชยรักษ์ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารอเนกประสงค์ กรมอุทยานแห่งชาติฯ และผ่านระบบ Zoom Meeting เพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญ มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
นายอรรถพล เจริญชันษา เปิดเผยว่า กรมอุทยานฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ควบคู่กับการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเร่งขับเคลื่อน 3 ภารกิจหลัก ได้แก่ การเร่งออกหนังสือรับรองสิทธิที่ดินทำกิน (อส.12 ก., อส.12 ข.) ให้แล้วเสร็จภายในปี 2570 ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญ การยกระดับมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า และการจัดการปัญหาสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่ พร้อมกำชับการบังคับใช้กฎหมายและการปฏิบัติงานในพื้นที่ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับแนวทางรับมือวิกฤตภัยแล้งจากปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ในช่วงปลายปี 2569 ถึงต้นปี 2570 กรมฯ ได้เตรียมความพร้อมด้วย 8 มาตรการเชิงรุกอย่างเข้มข้น ได้แก่ สั่งการให้ผู้อำนวยการสำนักลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเฝ้าระวังไฟป่าทั่วประเทศด้วยตนเอง, เร่งประชาสัมพันธ์เชิงรุกแบบเคาะประตูบ้านสร้างความร่วมมือกับชุมชน, จัดทำ MOU ร่วมกับชุมชนรอบผืนป่า, วางแผนจัดการเชื้อเพลิงเป้าหมายในพื้นที่เสี่ยง, บูรณาการกำลังพลร่วมกับกรมป่าไม้ กองทัพ และอาสาสมัครออกลาดตระเวนสกัดกั้นการเผาป่า, นำเทคโนโลยีทันสมัยอย่างโดรนและกล้องจับความร้อนมาสนับสนุน, จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ War Room ทุกระดับเพื่อติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด และการวางแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงอย่างเป็นระบบ
ด้านการบังคับใช้กฎหมาย ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าการบังคับคดีบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าปิดประกาศบังคับคดีเพื่อขับไล่และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งผู้ประกอบการในพื้นที่พิพาทได้เริ่มปิดกั้นพื้นที่ รื้อถอนโครงสร้างอาคาร และเตรียมขนย้ายทรัพย์สินออกตามขั้นตอนกฎหมายแล้ว
ขณะเดียวกัน ได้เร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่ โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า การสร้างเครือข่ายชุมชน และการใช้อากาศยานไร้คนขับ ตลอดจนเร่งรัดขั้นตอนการอนุมัติเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่าให้เสร็จสิ้นภายในกรอบเวลาที่กำหนด พร้อมเตรียมหารือกรมบัญชีกลางในการปรับปรุงระเบียบเพื่อนำเงินทดลองราชการมาใช้ช่วยเหลือประชาชนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ กรมฯ ยังยกระดับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกในอุทยานแห่งชาติ การจัดการน้ำและขยะทะเล รวมถึงการขยาย “ห้องเรียนคนเดินป่า” เพื่อสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ ซึ่งจากการสำรวจพบว่านักท่องเที่ยวมีความพึงพอใจต่อการบริการของเจ้าหน้าที่สูงถึง 94.66% พร้อมกันนี้ ได้ยกร่างปรับปรุงหลักเกณฑ์ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยมอบอำนาจให้ผู้บริหารในพื้นที่อนุมัติอนุญาตเพื่อความคล่องตัว รวมถึงจัดตั้งคณะทำงานจัดทำแผนเปลี่ยนผ่านโครงสร้างส่วนราชการภูมิภาค เพื่อรักษาอัตรากำลังที่จำเป็นต่อการดูแลรักษาพื้นที่อนุรักษ์อย่างยั่งยืนต่อไป.
ข่าว : อัจจิมา / ภาพ : ชินวร
