คณะเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ประสบความสำเร็จในการจับกุมกลุ่มพรานป่าลักลอบล่าสัตว์ป่าสงวนรายใหญ่ พร้อมของกลางซากเลียงผาเพศผู้ตัวเต็มวัย 1 ซาก ภายในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน บริเวณหมู่ที่ 6 บ้านป่าเด็งใต้ ตำบลป่าเด็ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เมื่อช่วงเที่ยงของวันนี้ โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการดักซุ่มและเข้าปิดล้อมจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย ขณะที่ผู้ร่วมขบวนการอีก 1 รายอาศัยความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไปได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสนธิกำลังติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด
วันที่ 18 มิถุนายน 2569 นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ระบุว่า การจับกุมในครั้งนี้เป็นผลมาจากการเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) ตามนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หลังจากได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีกลุ่มพรานลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ในพื้นที่ชั้นใน
โดยเจ้าหน้าที่ได้เริ่มเดินเท้าลาดตระเวนตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมา จนกระทั่งเวลาประมาณ 11.26 น. ของวันนี้ ได้พบเส้นทางต้องสงสัยและบุคคลชาย 2 คน ท่าทางพิรุธ จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ คือ นายพุเบะ (ไม่มีนามสกุล) สัญชาติเมียนมา (กลุ่มชาติพันธุ์กะหร่าง) พร้อมของกลางซากเลียงผา ซึ่งจากการชันสูตรเบื้องต้นพบรอยกระสุนปืนขนาด .22 มิลลิเมตร ยิงทะลุเจาะปอด เลือดตกใน และมีรอยสันมีดบริเวณหน้าผาก โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่า ร่วมกับ นายจอแอะ (ผู้หลบหนี) เข้ามาล่ายิงเลียงผาดังกล่าวตั้งแต่ช่วงเช้า
ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า “เลียงผาเป็น 1 ใน 20 ชนิดสัตว์ป่าสงวนของไทยที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง การบุกรุกเข้ามาล่าสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติถือเป็นการกระทำที่อุกอาจและทำลายระบบนิเวศอย่างรุนแรง กรมอุทยานฯ จะไม่มีการผ่อนปรนใดๆ ทั้งสิ้น และได้สั่งการให้ประสานงานกับฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจในพื้นที่ เพื่อเร่งขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนี รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการค้าซากสัตว์ป่านี้ เพื่อถอนรากถอนโคนขบวนการล่าสัตว์ป่าให้หมดไป”
สำหรับบทลงโทษในคดีนี้ คณะเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาหนักตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ในข้อหาร่วมกันล่าสัตว์ป่าสงวนในเขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งมีระวางโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ ยังถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมตามกฎหมายว่าด้วยการหลบหนีเข้าเมืองอีกด้วย
ในขั้นตอนต่อไป อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจะประสานสนธิกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอแก่งกระจาน ทหารชุดเฉพาะกิจ ทับพญาเสือ และสถานีตำรวจภูธรอำเภอแก่งกระจาน เพื่อเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม และเร่งติดตามตัวนายจอแอะ ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งเพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนในจุดเสี่ยงเพื่อป้องกันการสูญเสียของทรัพยากรสัตว์ป่าในอนาคต.

ข่าว : อัจจิมา / ภาพ : อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
