นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุไฟไหม้รุนแรงตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ได้สั่งการให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ป่าไม้ เข้าสนับสนุนภารกิจเต็มรูปแบบ แม้จะเป็นพื้นที่นอกเขตป่าอนุรักษ์ ทั้งนี้ จากรายงานของผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) พบจุดความร้อน (Hotspot) กว่า 21 จุด กระจายตัวในเขตสถานีวิจัยฯ สะแกราช (สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว.) ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาภูหลวง ส่งผลให้มีพื้นที่ป่าได้รับความเสียหายเบื้องต้นกว่า 5,000 ไร่

ต่อมา นายสุชาติ ชมกลิ่น ได้สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) สนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์เข้าช่วยเหลือทันที ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าเขียว สถานีควบคุมไฟป่าทับลาน สถานีควบคุมไฟป่าเขาใหญ่ ชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่า จังหวัดนครราชสีมา (เสือไฟโคราช) และเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าภูหลวง ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมกว่า 200 คน เข้าดับทางภาคพื้นดินและ รมว.ทส. สั่งการให้ส่งเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ บินทิ้งน้ำสกัดไฟกว่า 10 เที่ยวบิน พร้อมใช้โดรนบินประเมินสถานการณ์ความร้อนในช่วงกลางคืน
จากการลุยดับไฟต่อเนื่องจนถึงช่วงค่ำของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่อาศัยช่วงเวลาที่อากาศเย็นลงเข้าประชิดแนวไฟ จนสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ในเวลา 22.00 น. และรายงานความคืบหน้าในช่วงเช้าวันนี้ (14 ก.พ.) สามารถควบคุมไฟได้เกือบ 100% ไม่พบจุดความร้อน (Hotspot) เพิ่มเติมในพื้นที่ โดยระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากสถานีควบคุมไฟป่าวังน้ำเขียว สถานีควบคุมไฟป่าทับลาน สถานีควบคุมไฟป่าเขาใหญ่ และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่าเขาภูหลวง รวม 50 คน ตรึงกำลังภาคพื้นดินเพื่อดับควันจากตอไม้และเศษไม้ที่เหลืออยู่ ป้องกันการปะทุซ้ำ นอกจากนี้ กรมป่าได้เข้าดำเนินการตรวจสอบและดับไฟในส่วนที่ติดกับแนวถนนสาย 304 อย่างละเอียดเพื่อเฝ้าระวังไฟปะทุซ้ำ
และวันนี้จะเข้าร่วมประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ และศูนย์แก้ไขปัญหาฯ ของ จ.นครราชสีมา พร้อมทั้งใช้เฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินตรวจสอบสถานการณ์ในพื้นที่อีกครั้ง

ภาพ : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา)
