• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

กลุ่มงานเพาะเลี้ยงฯ รุกตรวจสุขภาพสัตว์กีบภูเขียว ป้องกันโรคพยาธิเม็ดเลือด พร้อมตัดแต่งเล็บเสือโคร่ง “เบิ้ม”

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า โดยกลุ่มงานเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า เดินหน้ายกระดับสวัสดิภาพสัตว์ป่าเชิงรุก นำโดย สพ.ญ.สุภกานต์ แก้วโชติ นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ปฏิบัติงานร่วมกับสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ระหว่างวันที่ 24-26 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เพื่อตรวจติดตามสุขภาพสัตว์กีบภายหลังการรักษาโรคพยาธิเม็ดเลือด (Re-health Check) และดำเนินการศัลยกรรมตัดแต่งเล็บเสือโคร่งชราที่ประสบปัญหาเล็บจิกเนื้อ เพื่อป้องกันการติดเชื้อและดูแลสุขภาพสัตว์ป่าในเพาะเลี้ยงอย่างเป็นระบบตามหลักวิชาการ

นายสุทธิพงษ์ แกมทับทิม หัวหน้ากลุ่มงานเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากการตรวจสุขภาพสัตว์ป่าประจำปีเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ที่พบว่า สัตว์กีบบางส่วนติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือด ซึ่งเป็นโรคที่ไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก แต่ส่งผลกระทบระยะยาวต่อระบบเลือด ภูมิคุ้มกัน และการสืบพันธุ์ คณะเจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนรักษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการให้ยาผสมอาหารและการควบคุมแมลงพาหะ ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ทีมสัตวแพทย์ได้สุ่มจับสัตว์กีบรวม 25 ตัว ประกอบด้วย ละองละมั่งพันธุ์ไทย 3 ตัว, ละองละมั่งพันธุ์พม่า 7 ตัว, เนื้อทราย 12 ตัว, กวางป่า 2 ตัว และเก้ง 1 ตัว เพื่อเก็บตัวอย่างเลือดส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ สำหรับใช้เป็นฐานข้อมูลในการเฝ้าระวังโรคและการเพาะขยายพันธุ์เพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

ด้าน สพ.ญ.สุภกานต์ แก้วโชติ ระบุว่า เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ทีมสัตวแพทย์ยังได้เข้าช่วยเหลือ เสือโคร่งเพศผู้ชื่อ “เบิ้ม” อายุ 14 ปี น้ำหนักประมาณ 150 กิโลกรัม ซึ่งมีอาการเดินกะเพลกเนื่องจากเล็บนิ้วเท้าขาหน้าทั้งสองข้างงอกยาวผิดปกติจนจิกเข้าเนื้อเยื่อ โดยทีมสัตวแพทย์ได้ทำการวางยาสลบเพื่อตัดแต่งเล็บ ทำความสะอาดแผล ให้ยาปฏิชีวนะ ยาลดปวด และสารน้ำฟื้นฟูร่างกายอย่างใกล้ชิดจนสัตว์ฟื้นตัวอย่างปลอดภัย พร้อมให้คำแนะนำเจ้าหน้าที่ภาคสนามในการปรับปรุงพื้นคอกเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำ ทั้งนี้ ขั้นตอนต่อไปจะรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการของสัตว์กีบทั้ง 25 ตัว เพื่อประเมินประสิทธิภาพของการรักษาและวางมาตรการป้องกันโรคในระยะยาว ขณะที่เสือโคร่ง “เบิ้ม” จะมีเจ้าหน้าที่คอยบันทึกพฤติกรรมการลงน้ำหนักเท้าและดูแลบาดแผลอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะหายเป็นปกติ เพื่อให้มั่นใจว่าสัตว์ป่าในการดูแลมีสวัสดิภาพที่ดีที่สุด

สำหรับการปฏิบัติงานในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายการจัดการสุขภาพสัตว์ป่าเชิงรุก ซึ่งกรมอุทยานฯ ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการอนุรักษ์ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพของสัตว์ป่าในสถานีเพาะเลี้ยงทั่วประเทศ การตรวจติดตามโรคพยาธิเม็ดเลือดในสัตว์กีบและการรักษาเสือโคร่งชราในครั้งนี้ สะท้อนถึงความร่วมมืออันดีระหว่างทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ภาคสนาม ที่ทำงานร่วมกันตามหลักสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์ เพื่อให้สัตว์ป่าทุกตัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีและพร้อมสำหรับการดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป.

ข่าว : อัจจิมา

ภาพ : สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าภูเขียว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด