• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

กรมอุทยานฯ ถอดบทเรียนไฟป่า-PM2.5 ปี 69 เดินหน้าปรับแผนเชิงรุก เตรียมรับมือปีถัดไป

กรมอุทยานแห่งชาติฯ จัดเสวนา พร้อมถอดบทเรียนไฟป่าและ PM2.5 ปี 2569 เดินหน้าปรับแผนเชิงรุก เตรียมยกระดับเทคโนโลยีและกลไก Single Command รับมือปีถัดไป

วันที่ 30 มิถุนายน 2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาการถอดบทเรียน (After Action Review : AAR) การแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ โรงแรม Rama Garden กรุงเทพมหานคร โดยมีนายวีระ ขุนไชยรักษ์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า นายมานะ เพิ่มพูล ผู้อำนวยการส่วนควบคุมไฟป่า พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวม 120 คน เข้าร่วมประชุม

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวถึง แนวทางการรับมือในอนาคตว่า กรมฯ ได้เร่งรัดการจัดสรรงบกลางให้ทันต่อสถานการณ์ โดยเน้นย้ำการทำงานในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ด้วยกลไก Single Command เพื่อให้เกิดเอกภาพ รวดเร็ว และสามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ไฟได้อย่างทันท่วงที ซึ่งภาพรวมการดำเนินงานที่ผ่านมาถือว่าน่าพึงพอใจ โดยเฉพาะการควบคุมไฟในพื้นที่ป่าพรุภาคใต้ การวางจุดเฝ้าระวังและการจ้างงานในพื้นที่ที่ตรงจุด ประกอบกับการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้น และการสร้างความเข้าใจกับประชาชนให้งดการเผา จนสามารถควบคุมปริมาณไฟให้อยู่ในระดับที่จัดการได้

“อย่างไรก็ดี สภาพภูมิอากาศในปัจจุบันมีความผันผวนตลอดเวลา โดยเฉพาะแนวโน้มการเกิดปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Nino) จึงขอให้ทุกหน่วยงานเร่งถอดบทเรียน (Lesson Learned) ในระดับพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลพฤติกรรมไฟที่แตกต่างกันมาวางแผนรับมือล่วงหน้าสำหรับปี พ.ศ. 2570 พร้อมทั้งได้มอบนโยบายและข้อสั่งการสำคัญ 4 ด้าน เพื่อให้ดำเนินการทันที ได้แก่
  1. ด้านปราบปราม : เพิ่มความเข้มข้นในการป้องกันและดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้ลักลอบบุกรุกและลอบวางเพลิงเผาป่า
  2. ด้านการสื่อสาร : เร่งแจ้งข้อมูลข่าวสารและชี้แจงข้อเท็จจริงแก่ประชาชนอย่างรวดเร็วและแม่นยำที่สุด
  3. ด้านการบูรณาการ : ให้หัวหน้าพื้นที่อนุรักษ์และหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุกแห่ง เชิงรุกเข้าประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานภาคีในพื้นที่ เพื่อร่วมกันบริหารจัดการและควบคุมการเผาอย่างใกล้ชิด
  4. ด้านเทคโนโลยี : มุ่งมั่นเดินหน้าทำงานร่วมกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างแม่นยำ

ด้านนายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการสำนักป้องกันฯ กล่าวเสริมถึงวัตถุประสงค์ว่า การสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อให้ผู้แทนจากทุกภาคส่วนและผู้ปฏิบัติงานได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และถอดบทเรียนร่วมกัน เพื่อนำข้อมูลไปปรับใช้ในการพัฒนาแผนงานควบคุมไฟป่าและหมอกควันในปีถัดไปให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ จากการสรุปข้อมูลของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์หลายแห่งพบว่า ปัญหาไฟป่าและหมอกควันยังคงเกิดจากหลายปัจจัย เช่น สภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงและป่าลึก ความแห้งแล้ง ตลอดจนกิจกรรมการเข้าป่าของราษฎร รวมถึงปัญหาไฟป่าข้ามแดน ส่งผลให้พื้นที่เผาไหม้และจำนวนจุดความร้อนยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในพื้นที่อนุรักษ์ที่มีความเสี่ยงสูงและพื้นที่รอยต่อชุมชน

สำหรับแนวทางการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ใช้ระบบศูนย์บัญชาการเดี่ยว (Single Command) เป็นกลไกหลัก พร้อมจัดตั้ง War Room ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้ อาทิ ข้อมูลจุดความร้อนจากดาวเทียม, ระบบ Smart Patrol, โดรน, อากาศยาน และกล้องตรวจการณ์ ควบคู่ไปกับการทำแนวกันไฟ การบริหารจัดการเชื้อเพลิงแบบควบคุม และการบังคับใช้กฎหมายร่วมกับเครือข่ายอาสาสมัครและชุมชนในพื้นที่

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดบรรยายพิเศษสรุปสถานการณ์ไฟป่าภาพรวม ปี 2569 และการเสวนาในหัวข้อ “ฝ่าวิกฤตโลกรวน ซูเปอร์เอลนีโญ และไฟป่า : การถอดบทเรียนสู่การแก้ไขปัญหาไฟป่าอย่างยั่งยืน” โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน ร่วมถ่ายทอดความรู้ในครั้งนี้ด้วย.

ข่าว : วรวัฒน์

ภาพ : ชินวร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด