• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

สบอ.1 (ปราจีนบุรี) จับมือ WWF และอุทยานฯ ทับลาน ติวเข้มทักษะรับมือช้างป่า ผนึกกำลังชุมชน-นักวิชาการ สร้างโมเดลการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งสำคัญในหัวข้อ “การเรียนรู้ ปรับตัว และผลักดันช้างป่าอย่างถูกต้องสำหรับการทำงานเฝ้าระวังช้างป่า (Rapid Response)” ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างอุทยานแห่งชาติทับลาน และองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ประเทศไทย ณ ศูนย์อาสาพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทับลานที่ 5 (บ้านใหม่ ส.ป.ก.เขียว) ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา

การรวมพลังครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าอย่างเป็นรูปธรรม โดยดึงเอาตัวแทนจากทุกภาคส่วนกว่า 150 ชีวิต มาร่วมบูรณาการองค์ความรู้ ทั้งปลัดอำเภอครบุรี หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าทับลาน ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำทางศาสนาอย่างพระอาจารย์ประจวบ ยติกะโร ตลอดจนองค์กรอนุรักษ์ระดับสากลอย่าง สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) และมูลนิธิฟรีแลนด์ (Freeland Foundation) เพื่อสร้างแนวร่วมที่แข็งแกร่งในการปกป้องทั้งชีวิตคนและสวัสดิภาพของสัตว์ป่า

จุดเด่นสำคัญของการอบรมคือการถ่ายทอดประสบการณ์จาก “ตัวจริง” ในพื้นที่ โดยมี นายพิทักษ์ ยิ่งยง เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส ผู้คลุกคลีกับการจัดการช้างป่ามานานกว่า 20 ปี มาทำหน้าที่วิทยากรหลัก นำเสนอตั้งแต่เทคนิคการอ่านใจและสังเกตพฤติกรรมช้าง การประเมินระดับความเสี่ยงในสถานการณ์วิกฤต ไปจนถึงการฝึกทักษะการปฏิบัติภาคสนามในการผลักดันช้างกลับคืนสู่ผืนป่าอย่างถูกวิธีและปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังมีการนำเทคโนโลยีระบบเตือนภัย Rapid Response มาปรับใช้เพื่อให้ชุมชนและเจ้าหน้าที่สามารถสื่อสารและเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด บรรยากาศในการอบรมยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ชายขอบป่ามาหลายชั่วอายุคน กับองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่จากนักวิชาการ เพื่อแสวงหาจุดสมดุลในการอยู่ร่วมกันในพื้นที่กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ซึ่งมักประสบปัญหาช้างป่าออกมาหากินในพื้นที่เกษตรกรรมจนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและทรัพย์สินของประชาชน

นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ เน้นย้ำว่า ปัญหาช้างป่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ไม่สามารถแก้ไขได้โดยลำพัง แต่ต้องอาศัยกลไกความร่วมมือที่ยั่งยืนจากทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ชุมชน และองค์กรพันธมิตร เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น โดยโครงการนี้จะเป็นต้นแบบสำคัญที่จะถูกขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดคือ การให้คนและช้างป่าสามารถอาศัยอยู่ในระบบนิเวศเดียวกันได้อย่างเกื้อกูลและปลอดภัย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด