วันอังคาร, พฤษภาคม 17, 2022

กรมอุทยานฯ สนธิกำลังยึดซากเสือ 6 ผืน กลางรีสอร์ทสังขละบุรี นำส่งพิสูจน์ DNA เทียบฐานข้อมูล

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2565 นายนาวี ช้างภิรมย์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ 1362 สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า เปิดเผยว่า ตามที่ชุดเหยี่ยวดงได้รับการประสานจาก กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่ามีขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ ทางภาคตะวันตกของประเทศไทย และสืบทราบว่าจะนัดรับส่งสินค้าสัตว์ป่า บริเวณรีสอร์ทใกล้แนวตะเข็บชายแดน ในท้องที่ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

วานนี้ (15 ก.พ. 65) เวลา 11.40 น. คณะเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย กองกำกับการ 3 และกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชุดปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดด้านสัตว์ป่าและพืชป่า (ชุดเหยี่ยวดง) ชุดปฏิบัติการพิเศษ 1362 สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า ด่านตรวจสัตว์ป่ากาญจนบุรี กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 137 และสถานีตำรวจภูธรสังขละบุรี ได้ร่วมกันวางแผนตรวจสอบและจับกุม

โดยเมื่อคณะเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึงสถานที่ดังกล่าว พบผู้ต้องหา 3 คน คือ นายไมตรี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี นายดวงดี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี และนายเทวิน (ชาวพม่าเชื้อสายมอญ) อายุ 44 ปี ตรวจยึดสัตว์ป่าคุ้มครองและซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง ได้แก่ ลูกแมวดาวหรือแมวแกว จำนวน 3 ตัว หนังเสือโคร่ง จำนวน 1 ผืน หนังเสือลายเมฆ จำนวน 3 ผืน หนังเสือดาวหรือเสือดำ จำนวน 2 ผืน (รวมสัตว์ป่าคุ้มครองและซากสัตว์ป่าคุ้มครองทั้งสิ้นจำนวน 4 ชนิด 3 ตัว 6 ซาก) พร้อมอุปกรณ์การกระผิด กล่องกระดาษ จำนวน 1 กล่อง ตะกร้าพลาสติก จำนวน 1 ใบ และโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ oppo จำนวน 1 เครื่อง รวมราคาประเมินของกลางและอุปกรณ์การกระทำผิด จำนวนทั้งสิ้น 2,207,250 บาท

คณะเจ้าหน้าที่ได้สอบถามหลักฐานการได้มาของสัตว์ป่าดังกล่าว ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้ถ้อยคำว่าสัตว์ป่าคุ้มครองและซากของสัตว์ป่าคุ้มครองดังกล่าวไม่มีหลักฐานการได้มาของทางราชการแต่อย่างใด โดยนายไมตรีฯ รับว่าสัตว์ป่าคุ้มครองและซากของสัตว์ป่าคุ้มครองที่คณะเจ้าหน้าที่ตรวจพบเป็นของตนเอง ที่จัดหาเพื่อมาขายให้กับผู้ที่ติดต่อขอซื้อ ซึ่งนำมาจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีนายดวงดีฯ ซึ่งเป็นลูกจ้าง ได้ตามมาเที่ยวที่จังหวัดกาญจนบุรี และเข้าพักในห้องที่พบสัตว์ป่าคุ้มครองและซากของสัตว์ป่าคุ้มครองของกลาง โดยพักอาศัยร่วมกับนายเทวินฯ (ชาวพม่าเชื้อสายมอญ)

คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันพิจารณาแล้วจึงมีความเห็นร่วมกันว่าการกระทำดังกล่าวของนายไมตรี (ขอสงวนนามสกุล) นายดวงดี (ขอสงวนนามสกุล) และนายเทวิน ไม่มีนามสกุล กรณีร่วมกันครอบครอง และร่วมกันค้าสัตว์ป่าคุ้มครองและซากสัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ชนิดซากหนังเสือโคร่ง จำนวน 1 ผืน หนังเสือลายเมฆ จำนวน 3 ผืน หนังเสือดาวหรือเสือดำ จำนวน 2 ผืน และลูกแมวดาวหรือแมวแกว จำนวน 3 ตัว พร้อมอุปกรณ์การกระทำผิดดังกล่าวข้างต้น มีความผิดดังนี้ 1. มาตรา 17 ฐาน “มีสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี” มีอัตราโทษตามมาตรา 92 จำคุกไม่เกินห้าปี ปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2. มาตรา 29 ฐาน “ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” มีอัตราโทษตามมาตรา 89 จำคุกไม่เกินสิบปี ปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ประกอบมาตรา 112 และ มาตรา 116 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 3. สำหรับนายเทวิน (ชาวพม่าเชื่อสายมอญ) เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

จากนั้นควบคุมตัวบุคคลทั้ง 3 คน ดังกล่าว เป็นผู้ต้องหา พร้อมตรวจยึดสัตว์ป่าคุ้มครองและซากสัตว์ป่าคุ้มครองดังกล่าวข้าวต้น พร้อมอุปกรณ์การกระทำผิด นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมอบให้พ.ต.ท. ประทีป ชูศรี รอง ผกก.5 บก.ปทส. เป็นผู้กล่าวโทษ และด.ต. พนม แทนหาร ผบ.หมู่ กก.3 บก.ปทส. บช.ก. เป็นพยานในคดี โดยขอความเห็นชอบจากพนักงานสอบสวน ขอรับของกลาง ได้แก่ ซากสัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ชนิดซากหนังเสือโคร่ง จำนวน 1 ผืน หนังเสือลายเมฆ จำนวน 3 ผืน หนังเสือดาวหรือเสือดำ จำนวน 2 ผืน (รวม 3 ชนิด 6 ซาก) ให้ชุดปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดด้านสัตว์ป่าและพืชป่า (ชุดเหยี่ยวดง) รับไปส่งมอบให้นิติวิทยาศาสตร์ สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และสัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ชนิดลูกแมวดาวหรือแมวแกว จำนวน 3 ตัว และอุปกรณ์ในการกระทำผิด กล่องกระดาษ จำนวน 1 กล่อง ตะกร้าจำนวน 1 ใบ รับไปส่งมอบให้กลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดูแลและเก็บรักษาจนกว่าคดีจะถึงที่สุดต่อไป โดยทางกรมอุทยานแก่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชจะนำซากเสือโคร่งที่ตรวจยึดได้ ไปตรวจสอบลายเสือและ DNA เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลเสือโคร่งในกรงเลี้ยงหรือในพื้นที่อนุรักษ์ ว่าซากเสือดังกล่าว อยู่ในประเทศไทยหรือไม่อย่างไรต่อไป

ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายวราวุธ ศิลปอาชา) เน้นต่อต้านการค้าสัตว์ป่าทุกรูปแบบ เพื่อป้องกันมิให้สัตว์ป่าสูญพันธุ์ และให้เพิ่มการป้องกันและปราบปราม และรณรงค์ให้หยุดกิน หยุดล่า หยุดค้าและไม่นำสัตว์ป่ามาครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด