วันที่ 20 มกราคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดการประชุมระดับชาติเรื่องมลพิษทางอากาศ PM2.5 ครั้งที่ 2 (Thailand National PM2.5 Forum) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนระบบ เชื่อมข้อมูล-วิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี ขับเคลื่อนนโยบาย เปิดพื้นที่ปฏิบัติการ เพื่อสรรค์สร้างอากาศสะอาดร่วมกัน” โดยมีนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ พร้อมด้วยนางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) และ นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คณะผู้บริหาร ทส. ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานวิชาการ ภาครัฐ และภาคประชาสังคมเข้าร่วมงาน ณ ห้อง Grand Diamond Ballrooom อิมแพ็ค เมืองทองธานี
นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ ได้กล่าวต้อนรับและให้ภาพรวมถึงความตั้งใจของภาคประชาสังคม โดยระบุว่าปัญหาฝุ่นควันที่ยืดเยื้อมานานกว่า 20 ปี ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการทำงานแบบแยกส่วน สภาลมหายใจกรุงเทพฯ จึงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงทุกภาคส่วน ตั้งแต่นักวิชาการจนถึงภาคธุรกิจ เพื่อร่วมกันผลักดันโครงการเชิงรุก อาทิ การประกันภัยอาสาดับไฟป่า และโครงการนักสืบฝุ่น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพลังของคนรุ่นใหม่และภาคประชาชนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการทวงคืนอากาศสะอาดอย่างยั่งยืน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวปาฐกถาพิเศษเน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศเป็นลำดับต้นๆ โดยมุ่งเป้าไปที่การเปลี่ยนผ่านเชิงระบบผ่าน พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ซึ่งจะเป็นกฎหมายหลักที่ช่วยบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการจัดการปัญหาเชิงพื้นที่ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการเผาในที่โล่งในพื้นที่เกษตรและป่าไม้ที่เป็นต้นเหตุสำคัญในภาคเหนือและภาคกลาง หรือมลพิษจากการจราจรและอุตสาหกรรมในเขตเมืองใหญ่ การแก้ปัญหาหลังจากนี้จะยึดหลักการใช้ข้อมูลจริงจากภาพถ่ายดาวเทียมและนวัตกรรม AI เพื่อวิเคราะห์แหล่งกำเนิดฝุ่นอย่างแม่นยำ และสร้างกลไกการทำงานข้ามพรมแดนเพื่อลดผลกระทบจากฝุ่นข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรม
ในขณะที่ นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. ได้สะท้อนถึงวิกฤตสุขภาพที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากจำนวนผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยย้ำว่าการแก้ปัญหาต้องเริ่มจากการสร้างความตระหนักรู้และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างถาวร ควบคู่ไปกับการสนับสนุนนวัตกรรมในระดับท้องถิ่น เช่น การทำ Biochar เพื่อลดการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร และการส่งเสริมระบบขนส่งสีเขียว (Green Mobility) ในภาคเมือง เพื่อลดปริมาณฝุ่นควันจากต้นทาง
สำหรับการประชุมระดับชาติเรื่อง มลพิษทางอากาศ PM2.5 ครั้งที่ 2 (Thailand National PMas Forum) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-21 มกราคม พ.ศ. 2569 ณ ห้อง Grand Diamond Ballrooom อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมี 10 หน่วยงานหลักร่วมในการจัดงาน ประกอบด้วย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU) ศูนย์วิชาการเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหามสพิษทางอากาศ (ศวอ.) และสภาลมหายใจกรุงเทพฯ
โดยบรรยากาศภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการนวัตกรรมและเทคโนโลยีการตรวจวัดฝุ่น การเสวนาสาธารณะเพื่อเจาะลึกปัญหาในภาคป่าไม้และภาคอุตสาหกรรม รวมถึงเวทีเสียงจากเยาวชนและคนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจริง เพื่อนำมาประมวลเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายสาธารณะที่จะส่งมอบให้กับรัฐบาลนำไปพิจารณาเป็นแผนปฏิบัติการแห่งชาติต่อไป.


