เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี จัดพิธีบวงสรวง “ปิดป่า-เปิดงาน” งานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ (พระบาทพลวง) ประจำปี พ.ศ. 2569 เมื่อเวลา 07.00 น. ณ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ ที่ คก.1 (พระบาทพลวง) เพื่อเป็นมงคลก่อนเปิดงานรับพุทธศาสนิกชนขึ้นนมัสการสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้
พิธีบวงสรวงในครั้งนี้มี พระวชิรกิจจากร (หลวงปู่นงค์) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 13 จังหวัดจันทบุรี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยนายสราวุธ อุเทนรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) นายอรุณ พงศ์ไพฑูรย์ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ และนายชวินทฐ์ ปิ่นแก้ว หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ พร้อมคณะผู้จัดงาน เจ้าหน้าที่ และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน
ภายหลังพิธี นายสราวุธ อุเทนรัตน์ ได้ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และประชุมมอบนโยบายเกี่ยวกับการวางแผนจำหน่ายบัตรค่าบริการ การอำนวยความสะดวก และเน้นย้ำความปลอดภัยสำหรับผู้มาแสวงบุญ พร้อมหารือกับหัวหน้าคิวรถยนต์บริการวัดพลวงและวัดกระทิง เพื่อให้การจัดงานเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยตลอดระยะเวลา 2 เดือน
งานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ (พระบาทพลวง) ประจำปี พ.ศ. 2569 จะเปิดให้พุทธศาสนิกชนและประชาชนทั่วไปขึ้นนมัสการตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม ถึง 19 มีนาคม 2569
รอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ หรือที่ชาวบ้านเรียกขานด้วยความเคารพว่า “พระบาทพลวง” เป็นรอยพระพุทธบาทคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดจันทบุรีที่มีมาแต่โบราณ ตั้งอยู่บนยอดเขาคิชฌกูฏ ความสูงประมาณ 1,086 เมตรจากระดับน้ำทะเล ท่ามกลางธรรมชาติป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์
ตามตำนานเล่าว่า พระพุทธเจ้าได้เสด็จมายังดินแดนแห่งนี้ และได้ประทับรอยพระบาทไว้บนยอดเขา เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ผู้มากราบไหว้บูชา พุทธศาสนิกชนเชื่อว่าผู้ที่ได้ขึ้นนมัสการพระบาทพลวงจะได้รับพรความเป็นสิริมงคล มีสุขภาพแข็งแรง และมีชีวิตที่เจริญรุ่งเรือง
การเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาคิชฌกูฏเพื่อนมัสการพระบาทพลวง ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างบุญกุศล แต่ยังเป็นการผจญภัยท่ามกลางธรรมชาติอันงดงามของป่าเขาภาคตะวันออก นักบุญจะได้สัมผัสกับอากาศบริสุทธิ์บนเส้นทางขึ้นเขาที่โอบล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่นานาพันธุ์ ชมทิวทัศน์อันตระการตาแบบพาโนรามา 360 องศา ครอบคลุมทั้งจังหวัดจันทบุรี จังหวัดใกล้เคียง และทะเลอ่าวไทยอันแสนสวยงาม พร้อมสัมผัสความเย็นสบายด้วยอากาศบนยอดเขาที่เย็นสดชื่นตลอดทั้งวัน
สำหรับค่ารถรับ-ส่งขึ้น-ลงเขาคิชฌกูฏอยู่ที่ 200 บาทต่อคน เป็นบริการรับส่งแบบไปกลับ โดยมีจุดขึ้นรถอยู่ที่คิวรถวัดพลวงและคิวรถวัดกระทิง รถบริการจะพานักท่องเที่ยวขึ้นสู่ยอดเขาอย่างปลอดภัยด้วยพนักงานขับรถที่ชำนาญเส้นทาง
ส่วนค่าเข้าอุทยานแห่งชาติรับชำระเป็นเงินสดเท่านั้น โดยเด็กอายุ 3-14 ปี เสียค่าธรรมเนียม 20 บาทต่อคน ผู้ใหญ่ 40 บาทต่อคน และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปยกเว้นค่าธรรมเนียม สำหรับชาวต่างชาติเด็กเสียค่าธรรมเนียม 100 บาทต่อคน และผู้ใหญ่ 200 บาทต่อคน
ผู้ที่ต้องการขึ้นนมัสการพระบาทพลวงควรเตรียมเงินสดให้เพียงพอสำหรับค่าบริการต่างๆ แต่งกายสุภาพเรียบร้อย เหมาะสมกับการเข้าสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เตรียมน้ำดื่มและอาหารว่างไว้รับประทานระหว่างทาง ควรออกเดินทางแต่เช้าเพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดและได้สัมผัสบรรยากาศยามเช้าที่สดชื่น ปฏิบัติตามกฎระเบียบของอุทยานเพื่อร่วมรักษาความสะอาดและความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ รวมทั้งดูแลสุขภาพของตนเอง โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กเล็กควรพักผ่อนให้เพียงพอ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี หรือติดตามข่าวสารและประกาศต่างๆ ผ่านช่องทางของ อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี KhaoKhitchakut National Park

