อุทยานแห่งชาติศรีลานนา ร่วม ซีพี ออลล์ จัดอบรมแก้ไขปัญหาไฟป่า-หมอกควัน พร้อมลงพื้นที่รณรงค์งดเผาครอบคลุม 4 หมู่บ้านเชียงใหม่
16 มกราคม 2569 อุทยานแห่งชาติศรีลานนา ร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ จัดกิจกรรมอบรมทบทวนความรู้การแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 พร้อมสาธิตการใช้อุปกรณ์ดับไฟป่า และลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์เชิงรุกแบบเคาะประตูบ้าน ณ สถานีควบคุมไฟป่าศรีลานนา จังหวัดเชียงใหม่
นายอานนท์ กุลนิล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีลานนา และนายสุริยา ใจจันทร์ หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าศรีลานนา พร้อมเจ้าหน้าที่ ร่วมกับ ดร.สดุดี สุพรรณไพ รองกรรมการผู้จัดการ สำนักบริหารความยั่งยืนฯ ผู้แทนโครงการธรรมชาติปลอดภัย เครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมคณะ จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้แก่ชมรมคนพร้าวรักษ์ป่า ชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านตำบลแม่แวน เครือข่ายไฟป่าตำบลแม่แวน อำเภอพร้าว เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ และสถานีควบคุมไฟป่า ในวันที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 09.00-16.00 น.
การจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากพระครูวรวรรณวิวัฒน์ ดร.เจ้าคณะอำเภอพร้าว เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยเวียงชัยมงคล และนางสาวพัทธนันท์ พิทาคำ นายอำเภอพร้าว ให้โอวาทแก่ผู้เข้าร่วมอบรม
นอกจากการอบรมแล้ว คณะผู้จัดงานยังได้ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์เชิงรุกแบบเคาะประตูบ้าน เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 รวมถึงประชาสัมพันธ์แนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการงดเผาตามประกาศจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 พฤษภาคม 2569 ครอบคลุม 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านล้อง หมู่ที่ 1 บ้านป่าแขม หมู่ที่ 4 บ้านไชยงาม หมู่ที่ 9 และบ้านร่มเกล้า หมู่ที่ 10 ตำบลแม่แวน อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่
คณะทำงานยังได้ร่วมกันจัดทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันไฟป่าบริเวณป่าบ้านไชยงาม ตำบลแม่แวน อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นแนวป้องกันไฟลุกลามเข้าสู่พื้นที่ป่า
นายอานนท์ กุลนิล หัวหน้าพื้นที่อนุรักษ์แบบบูรณาการอุทยานแห่งชาติศรีลานนา เปิดเผยว่า “การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทำงานแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น อุทยานฯ มีแผนการประชาสัมพันธ์และจัดกิจกรรมคลายคล้ายนี้ไปยังทุกพื้นที่ ทุกหมู่บ้าน และทุกชุมชนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนาอย่างต่อเนื่อง เพราะเราเชื่อว่าการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจะประสบความสำเร็จได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ที่เป็นกำลังสำคัญในการเฝ้าระวังและป้องกันไฟป่า”
“เราจะไม่หยุดแค่การให้ความรู้ แต่จะติดตามผล สนับสนุนอุปกรณ์ และสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งเพื่อปกป้องทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อมของเรา ให้ลูกหลานได้สืบทอดต่อไป” นายอานนท์ กล่าวเสริม
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นต้นแบบของการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคศาสนา และประชาชน ในการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและการสร้างความตระหนักตั้งแต่ระดับครัวเรือน เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและการปกป้องทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน.

