• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักงานเลขานุการกรม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

รมว.ทส. “สุชาติ ชมกลิ่น” ลงพื้นที่เขาใหญ่-ปางสีดา เร่งรัดแก้ไขปัญหาที่ดินทับซ้อนอุทยานแห่งชาติทับลาน พร้อมสั่งการเข้มรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5

วันที่ 31 ตุลาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และอุทยานแห่งชาติปางสีดา ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี นครราชสีมา นครนายก สระบุรี และสระแก้ว เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน รับฟังปัญหาอุปสรรค และมอบนโยบายการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ โดยเน้นย้ำการเร่งรัดแก้ไขปัญหาที่ดินทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานอย่างเป็นธรรม รวมถึงการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้มีนายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายประทีป เหิมพยัคฆ์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ นายนเรศ ชมบุญ ผู้ตรวจราชการกรม ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักสนองงานพระราชดำริ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงในสังกัด ทส. ร่วมลงพื้นที่ โดยมีนายชวินทฐ์ ปิ่นแก้ว ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 1 (ปราจีนบุรี) นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและร่วมประชุมฯ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า การแก้ไขปัญหาที่ดินทับซ้อนและข้อพิพาทเรื่องที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและรอบด้าน ทั้งเรื่องแนวเขต การพิสูจน์สิทธิของผู้ครอบครอง และการบังคับใช้กฎหมาย กระทรวงฯ ได้เดินหน้าตามแนวทางของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 5 กลุ่ม เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน ได้แก่ พื้นที่ ส.ป.ก. (53,416.47 ไร่) พื้นที่โครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี (8,328 ไร่) พื้นที่โครงการเพื่อความมั่นคง (87,500 ไร่) พื้นที่ราชการที่อยู่ก่อนการประกาศเขต (109,420.99 ไร่) และพื้นที่ราชพัสดุกับสนามฝึกซ้อมรบ (6,621.12 ไร่) โดยได้กำชับให้หน่วยงานในพื้นที่เร่งรัดดำเนินการ โดยยึดข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี อะไรที่สามารถช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ให้เร่งทำทันที โดยเฉพาะกลุ่มราษฎร 23 รายที่ได้รับผลกระทบ ส่วนการบังคับใช้กฎหมายและการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง ตรงไปตรงมา และเป็นธรรม

นอกจากนี้ ในการประชุม ณ ห้องประชุมนนทรี อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่ประชุมยังได้หารือถึงมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) โดยสั่งการให้จัดชุดลาดตระเวนเฝ้าระวังจุดเสี่ยง ประสานงานร่วมกับชุมชนรอบแนวเขตป่า และเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ก่อนที่ รมว.ทส. จะเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปยังจังหวัดสระแก้ว เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานและให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติปางสีดาต่อไป

การลงพื้นที่ในครั้งนี้จะช่วยสร้างความชัดเจนในการบริหารจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์ร่วมกับชุมชน บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ทับซ้อนอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาพรวมอย่างมีเอกภาพ พร้อมขับเคลื่อนภารกิจด้านทรัพยากรธรรมขาติและสิ่งแวดล้อม ภายในนโยบาย ทส.หนึ่งเดียว.

ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 1 (ปราจีนบุรี)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด