องคมนตรี ลงพื้นที่เพชรบูรณ์ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ติดตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เร่งฟื้นฟูต้นน้ำ-กักเก็บตะกอน พร้อมกางแผนป้องไฟป่าสร้างความยั่งยืนให้ชุมชน
วันที่ 22 ตุลาคม 2569 นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี และหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล องคมนตรี พร้อมคณะ ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ในการติดตามและขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เขตพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อตรวจติดตามความก้าวหน้าการบริหารจัดการน้ำและการอนุรักษ์ฟื้นฟูระบบนิเวศป่าต้นน้ำ ณ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ และโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำก้อ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมี นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายนรินทร์ ประทวนชัย รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) นำโดย นายสุภัท จันทร์ลา ผู้อำนวยการส่วนประสานโครงการพระราชดำริฯ และหัวหน้าหน่วยงานภาคสนาม ร่วมให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงาน
นายนรินทร์ ประทวนชัย รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวถึงการลงพื้นที่ในครั้งนี้ว่า “การติดตามขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอย่างต่อเนื่อง มีเป้าหมายสำคัญเพื่อสนองพระราชปณิธานในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำและทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างรูปธรรมและยั่งยืน การบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานรับผิดชอบ โดยเฉพาะกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในการดูแลป่าต้นน้ำ ถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้โครงการอ่างเก็บน้ำต่างๆ สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และอำนวยประโยชน์ให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง”
สำหรับรายละเอียดการดำเนินงานในส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายพัฒธพงศ์ การดี หัวหน้าโครงการพัฒนาป่าไม้ฯ บ้านวังไทรทอง ได้รายงานผลการดำเนินงานว่า ในเขตพื้นที่ต้นน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่ ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติตาดหมอก ทางหน่วยงานได้ฟื้นฟูระบบนิเวศด้วยการปลูกป่าไปแล้วกว่า 3,900 ไร่ พร้อมแก้ปัญหาแปลงปลูกป่าสักเดิมที่มีสภาพพื้นล่างโล่ง ด้วยการผลักดันโครงการปลูกป่าหวายและป่าพื้นบ้านอาหารชุมชน เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพและช่วยดักจับตะกอนไม่ให้ไหลลงสู่แหล่งน้ำ ควบคู่กับการดำเนินกิจกรรม “ครูป่าไม้” เพื่อสร้างเครือข่ายเยาวชนและชุมชนในการดูแลรักษาผืนป่า
นอกจากนี้ ในส่วนโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำก้อ อำเภอหล่มสัก ซึ่งเป็นการต่อยอดจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2546 โดยได้ดำเนินการปลูกป่าบริเวณต้นน้ำไปแล้วประมาณ 18,000 ไร่ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 ได้เตรียมแผนรับมือปัญหาไฟป่าและจุดความร้อน (Hotspot) สำหรับปีงบประมาณ 2570 ด้วยการตั้งจุดเฝ้าระวังไฟป่าเพิ่มขึ้น 5 จุด บริเวณเส้นทางคมนาคม เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดับไฟได้ทันท่วงที พร้อมเดินหน้าปลูกป่าหวายและพืชป่าอาหารชุมชนเติมความสมบูรณ์ให้ป่าสักเดิม เพื่อกักเก็บตะกอนก่อนไหลลงสู่ป่าสงวนแห่งชาติด้านล่าง
การลงพื้นที่ติดตามงานอย่างใกล้ชิดและการวางมาตรการฟื้นฟูป่าต้นน้ำในครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยชะลอการตกจมของตะกอนในอ่างเก็บน้ำ เพิ่มความสามารถในการกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค พร้อมทั้งสร้างภูมิคุ้มกันทางธรรมชาติ ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และสร้างความร่วมมืออันเข้มแข็งระหว่างหน่วยงานรัฐกับชุมชนท้องถิ่นในการคุ้มครองรักษาทรัพยากรป่าไม้ให้ยั่งยืนสืบไป.

