8 กันยายน 2569 – กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช บูรณาการกรมป่าไม้ และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) แถลงผลปฏิบัติการปราบปรามขบวนการลักลอบค้าไม้ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย หลังสนธิกำลังสกัดรถบรรทุกต้องสงสัย ตรวจยึดไม้ประดู่ 109 ท่อน ปริมาตรรวม 56.99 ลูกบาศก์เมตร พร้อมรถบรรทุกและรถกึ่งพ่วงที่ใช้ในการขนย้าย และจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมเดินหน้าขยายผลตรวจสอบเส้นทางไม้ เส้นทางการเงิน และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อสาวถึงกลุ่มนายทุนและเครือข่ายค้าไม้ข้ามชาติที่อยู่เบื้องหลัง ณ ห้องประชุมกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) โดยมี พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายสุพจน์ ภู่รัตนโอภา รองอธิบดีกรมป่าไม้ และนายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการกองป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า ร่วมแถลงผลการปฏิบัติการฯ
ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นผลจากการสืบสวนและติดตามเครือข่ายลักลอบตัดและค้าไม้ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่สามารถสกัดรถบรรทุกต้องสงสัยจำนวน 2 คัน บริเวณทางหลวงหมายเลข 1020 สายเชียงราย–เทิง ท้องที่บ้านร้องดู่ หมู่ที่ 16 ตำบลดอยลาน อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ก่อนตรวจพบไม้ประดู่ท่อนจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ภายในรถ ผลการตรวจสอบพบ ไม้ประดู่จำนวน 109 ท่อน ปริมาตรรวม 56.99 ลูกบาศก์เมตร เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไม้ทั้งหมดไว้เป็นของกลาง พร้อมยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำผิด ประกอบด้วยรถยนต์บรรทุกกึ่งพ่วงสิบล้อ ยี่ห้อ SCANIA พร้อมรถกึ่งพ่วงพื้นเรียบสิบสองล้อ รวม 2 ชุด และจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงราย ดำเนินคดีตามกฎหมาย
.
นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา กล่าวว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ ดำเนินงานภายใต้นโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เน้นย้ำการป้องกันการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการปราบปรามการลักลอบตัดและค้าไม้ผิดกฎหมายอย่างจริงจัง ขณะเดียวกัน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้สั่งการให้ความสำคัญกับการสกัดกั้นและกวาดล้างขบวนการลักลอบตัดและค้าไม้หวงห้าม โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และพื้นที่คาบเกี่ยว พร้อมมอบหมายให้นายชัยชาญ ศรียงค์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง ในฐานะคณะทำงานด้านการป้องกันปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับป่าไม้ และหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 5 สำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) กองป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) ร่วมปฏิบัติการและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ บก.ปทส. กรมป่าไม้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการจับกุมผู้ลักลอบตัดไม้หรือผู้ขนไม้เท่านั้น แต่ต้องขยายผลให้ถึงผู้สั่งการนายทุน และเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะเครือข่ายทุนข้ามชาติที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการค้าไม้ผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบความเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นทาง การขนส่ง โกดังพักไม้ ไปจนถึงปลายทาง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ
ด้านนายสุพจน์ ภู่รัตนโอภา รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการบูรณาการตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการปราบปรามการลักลอบตัดไม้และการค้าไม้ผิดกฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะขบวนการที่มีลักษณะเป็นเครือข่ายและเชื่อมโยงการนำไม้ไปยังต่างประเทศ.เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบที่มาของไม้และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายอย่างละเอียด รวมทั้งขยายผลตั้งแต่พื้นที่ต้นทาง ผู้รวบรวมไม้ ผู้ขนส่ง โกดังพักไม้ ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการส่งออก หากพบพยานหลักฐานว่าบุคคลใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
.
ขณะที่ พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. กล่าวว่า จากการสืบสวนพบพฤติการณ์ของขบวนการลักลอบค้าไม้ที่มีการดำเนินการเป็นเครือข่าย เจ้าหน้าที่จึงติดตามความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง กระทั่งสามารถสกัดรถบรรทุกทั้ง 2 คัน และตรวจพบไม้ประดู่จำนวน 109 ท่อนดังกล่าว
หลังจากนี้ บก.ปทส. จะร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติฯ กรมป่าไม้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยายผลจากพยานหลักฐานที่ตรวจยึดได้ เพื่อตรวจสอบบุคคลและกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องตลอดเส้นทางของขบวนการ รวมถึงเส้นทางการเงิน หากพบว่ามีการนำเงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดมาหมุนเวียน โอน หรือปกปิดแหล่งที่มา ก็จะตรวจสอบว่ามีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายฟอกเงินหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่
สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการสนธิกำลังระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 5 สปป.3 ร่วมกับศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 (เชียงราย) กรมป่าไม้ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้เชียงราย 1 และ 3 หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชร.5 (ดอยช้าง) สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย และกองกำกับการ 4 บก.ปทส.
ทั้ง 3 หน่วยงานยืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการการสืบสวน ปราบปราม และป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวนและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง การสืบสวนหาข่าว การตรวจสอบเส้นทางการเคลื่อนย้ายไม้และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงการขยายผลทางคดีและเส้นทางการเงิน เพื่อ “ตัดวงจร” ขบวนการค้าไม้ผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง และดำเนินการให้ถึงนายทุนหรือผู้สั่งการที่อยู่เบื้องหลัง
.
พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นการลักลอบตัดไม้ ขนย้ายไม้ หรือการกระทำที่อาจเข้าข่ายทำลายทรัพยากรป่าไม้ ขอให้แจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อร่วมกันปกป้องทรัพยากรป่าไม้และพื้นที่ป่าอนุรักษ์ของประเทศให้คงอยู่อย่างยั่งยืน
ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : ชินวร
