สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) สนธิกำลังร่วมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งและหน่วยงานในพื้นที่ เข้าตรวจสอบเหตุสัตว์ป่าทำร้ายสัตว์เลี้ยงของประชาชนในพื้นที่ อ.แม่เปิน จ.นครสวรรค์ พร้อมติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพและจัดชุดลาดตระเวนเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความปลอดภัยและความอุ่นใจให้แก่คนในชุมชน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 09.45 น. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งได้รับประสานงานจากหน่วยป้องกันรักษาป่า นว.1 กรมป่าไม้ และกำนันตำบลแม่เปิน หลังได้รับแจ้งจากนายประเสริฐ มุกดาหาร ชาวบ้านในพื้นที่ ว่าวัวที่เลี้ยงไว้ถูกสัตว์ป่าทำร้ายและลากหายไป บริเวณคอกเลี้ยงสัตว์ หมู่ที่ 24 ตำบลแม่เปิน อำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นพื้นที่ดำเนินโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ
นางชยาภร อามระดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 พร้อมด้วย ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร นายอำเภอแม่เปิน เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ได้ลงพื้นที่ตรวจพิสูจน์จุดเกิดเหตุทันที จากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบ พบรอยตีนสัตว์ป่าสะท้อนลักษณะชัดเจนของเสือโคร่ง ขนาดความกว้างอุ้งตีนประมาณ 9 เซนติเมตร และพบรอยการลากเหยื่อไปไกลประมาณ 100 เมตร กระทั่งพบซากวัวอยู่ในไร่มันสำปะหลัง มีร่องรอยการกัดแทะบริเวณก้นและสะโพก
นางชยาภร อามระดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 เปิดเผยว่า “ทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 ได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอันดับแรก จึงได้สั่งการให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งร่วมกับสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เคลื่อนย้ายซากวัวเข้าไปไว้ในบริเวณชายป่าใกล้เคียง พร้อมติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ (Camera Trap) เพื่อยืนยันพฤติกรรมและระบุตัวตนของเสือโคร่งตัวดังกล่าว ขณะเดียวกัน ในช่วงค่ำเป็นต้นไป ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ป่าเข้าใกล้เขตชุมชนอีก”
ทั้งนี้ พื้นที่ป่าห้วยขาแข้งและผืนป่าตะวันตกนับเป็นหนึ่งในแหล่งอาศัยสำคัญของเสือโคร่งที่มีความสมบูรณ์ทางระบบนิเวศสูง อย่างไรก็ตาม การที่สัตว์ป่าออกมานอกเขตป่าอนุรักษ์อาจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เจ้าหน้าที่จึงได้ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือให้เกษตรกรต้อนสัตว์เลี้ยงเข้าคอกที่มิดชิด หลีกเลี่ยงการปล่อยสัตว์เลี้ยงหากินใกล้ชายป่าในช่วงนี้ รวมถึงงดเว้นการเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงในยามวิกาล
สำหรับขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลจากกล้องดักถ่ายภาพมาประเมินทิศทางการเคลื่อนที่ของเสือโคร่ง เพื่อวางแผนผลักดันกลับคืนสู่ป่าลึกอย่างปลอดภัยทั้งคนและสัตว์ป่า.
ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
