เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ผู้ช่วย รมว.ทส.) เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ณ ห้องประชุมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน และผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมี นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมด้วย นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการกองป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า นายพุทธพจน์ คูประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) และผู้บริหารหน่วยงาน ทส. ในพื้นที่ เข้าร่วมประชุมเพื่อสรุปภาพรวมสถานการณ์ วางแผนบูรณาการความช่วยเหลือ และกำหนดมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างเร่งด่วน
ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ มีข้อสั่งการด่วนที่สุดให้ทุกหน่วยงานในสังกัด เร่งจัดส่งข้อมูลการปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในนามกระทรวงฯ ให้แก่ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน (ทสจ.น่าน) เพื่อรวบรวมและสรุปผล สำหรับใช้ในการประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้ประชาชนได้รับทราบ พร้อมส่งต่อข้อมูลดังกล่าวให้ทางจังหวัดน่าน ใช้ประกอบการวางแผนกระจายความช่วยเหลือให้ครอบคลุมทุกจุดอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับแผนปฏิบัติการในวันที่ 23 สิงหาคม 2569 ได้สั่งการกองการบิน ทส. วางแผนส่งเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงเสบียงอาหารและถุงยังชีพ เข้าไปแจกจ่ายในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก และยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปให้ความช่วยเหลือ พร้อมกันนี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ มีแผนในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและบริหารจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราว ณ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ประสบภัยรวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
นอกจากนี้ ทส. ได้บูรณาการร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เตรียมเปิดภารกิจขนส่งทางอากาศยาน ลำเลียงเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (เครื่องปั่นไฟ) จำนวน 10 เครื่อง มุ่งหน้าสู่บ้านผาเวียง ตำบลภูคา อำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อเร่งฟื้นฟูระบบไฟฟ้าและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่ตัดขาด จำนวน 92 หลังคาเรือน เป็นการด่วน
อธิบดีกรมอุทยานฯ นำเสนอในที่ประชุมว่า หลังจากการบินสำรวจพื้นที่โดยรอบ เห็นควรให้กำชับให้มีการเข้มงวดสำหรับแนวทางปฏิบัติของผู้ได้รับอนุญาตให้อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าสงวน ภายใต้นโยบาย คทช. โดยเน้นย้ำเงื่อนไขการปลูกไม้ยืนต้น ซึ่งเป็นไม้พื้นถิ่นดั้งเดิมในสัดส่วนอย่างน้อยร้อยละ 70 ของพื้นที่ นอกจากนี้ ยังได้เสนอให้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดิน จากเดิมที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวให้เปลี่ยนมาเป็นการทำระบบเกษตรผสมผสานและเน้นการปลูกไม้ยืนต้น พร้อมทั้งเสนอให้เกษตรกรปรับสภาพพื้นที่ลาดชันสูงให้เป็นลักษณะขั้นบันได เพื่อช่วยชะลอความแรงของน้ำและลดปัญหาการชะล้างพังทลายของหน้าดินในระยะยาว
สำหรับในประเด็นการช่วยเหลือประชาชน กรมอุทยานฯ ได้ตอบรับข้อสั่งการของกระทรวงฯ โดยมอบหมายให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) นำโดย นายพุทธพจน์ คูประเสริฐ ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องมืออุปกรณ์ลงพื้นที่ปฏิบัติงานทันที สำหรับผลการดำเนินงานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน ประจำวันที่ 22 สิงหาคม 2569 กรมอุทยานฯ ได้เข้าดำเนินการในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองน่าน อำเภอปัว และอำเภอท่าวังผา โดยจัดส่งกำลังพลเจ้าหน้าที่จำนวน 180 นาย ยานพาหนะ 25 คัน และรถบรรทุกน้ำ 7 คัน เข้าปฏิบัติภารกิจหลักในการทำความสะอาดพระตำหนักธงน้อย พร้อมทั้งฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชน อาคารสถานที่ราชการ และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ ยังได้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์เพื่อนำสิ่งของพระราชทานส่งให้ราษฎรที่ถูกตัดขาดเส้นทางสัญจร และแจกจ่ายถุงยังชีพจำนวน กว่า 300 ชุด พร้อมสนับสนุนน้ำดื่มสะอาดเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ซึ่งการดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและกรมอุทยานฯ จะยังคงบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงานอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลังต่อไป.
ข่าว : อัจจิมา / สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่)
