กรมอุทยานฯ จัดประชุมพัฒนาบุคลากร เพิ่มประสิทธิผลโครงการพระราชดำริ ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตชุมชนควบคู่กับการอนุรักษ์ป่าอย่างยั่งยืน
วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.30 น. นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การเพิ่มประสิทธิผลโครงการพระราชดำริเพื่อการพัฒนาชุมชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวรายงาน มีผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวต้อนรับ ทั้งนี้ นายนรินทร์ ประทวนชัย รองอธิบดีกรมอุทยานฯ นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง นายพงษ์ศักดิ์ ด้วงโยธา ผู้ตรวจราชการกรม ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักสนองงานพระราชดำริ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และพนักงานราชการที่ปฏิบัติงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จำนวน 250 คน เข้าร่วมประชุม ณ โรงแรมเฮลท์แลนด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา พัทยา จังหวัดชลบุรี
การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-8 กรกฎาคม 2569 เพื่อเป็นเวทีในการพัฒนาองค์ความรู้ เสริมสร้างทักษะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และถอดบทเรียนการดำเนินงานระหว่างหน่วยงานด้านการบริหารจัดการโครงการพระราชดำริ รวมถึงพัฒนาทักษะในการวางแผน และการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน อันจะน่าไปสู่การสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่อนุรักษ์อย่างยั่งยืน อีกทั้งเพื่อให้การดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของกรมอุทยานแห่งชาติฯ สามารถตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากการประชุมฯ ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานการบูรณาการระหว่างพื้นที่ของโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านป่าคา จังหวัดกำแพงเพชร และการจัดแสดงผลงานวิจัย ตลอดจนผลิตภัณฑ์แปรรูปผักบุ้งทะเลจากโครงการศูนย์ศึกษาและพัฒนาป่าไม้อ่าวคุ้งกระเบน จังหวัดจันทบุรี สะท้อนผลการน้อมนำแนวพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาพื้นที่และชุมชน
นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี กล่าวว่า โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นกลไกสำคัญในการน้อมนำแนวพระราชดำริมาสู่การปฏิบัติ เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้พึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน ดังนั้น การพัฒนาชุมชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์จึงจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจในบริบทของพื้นที่ การมีส่วนร่วมของประชาชน และการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน กรมอุทยานแห่งชาติฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลทรัพยากรธรรมชาติ และให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน จึงต้องมีการพัฒนาศักยภาพบุคลากรผู้ปฏิบัติงานที่จะสามารถทำให้การอนุรักษ์และการพัฒนาสามารถดำเนินไปควบคู่กันได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีผลสัมฤทธิ์ที่ดียิ่งขึ้น
ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้ร่วมดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการขยายผลในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ โดยมุ่งสนองพระราชปณิธานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน ในฐานะหน่วยงานหลักในการดูแลพื้นที่อนุรักษ์ ได้ดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำรีในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนสามารถดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างเกื้อกูล ตามแนวทาง “คนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน” อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานในพื้นที่อนุรักษ์มีความซับซ้อนทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ สังคม เศรษฐกิจ และข้อจำกัดด้านกฎหมาย โดยเฉพาะพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 64 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 121 ที่เกี่ยวข้องกับการอยู่อาศัยและการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ การประชุมครั้งนี้จึงจะเป็นการเสริมสร้างองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาทักษะในการวางแผน และการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อร่วมกันสร้างเครือข่ายการทำงาน และยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานโครงการพระราชดำริของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติต่อไป.


ข่าว : บานเย็น
ภาพ : สำนักสนองงานพระราชดำริ
