• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

อุทยานฯ กุยบุรี ลาดตระเวนพบชายล่าสัตว์ ยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ก่อนหลบหนี พร้อมแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ลาดตระเวนพื้นที่พบชายลักลอบล่าสัตว์ แต่ยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่และหลบหนีไปได้ นำหลักฐานแจ้งความให้ตำรวจขยายผลตามตัวมาดำเนินการตามกฎหมาย

วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี รายงานผลการปฏิบัติการในพื้นที่ตามนโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และข้อสั่งการของนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่เน้นย้ำให้หน่วยงานในพื้นที่ยกระดับการเฝ้าระวังและป้องกันการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าอย่างเข้มข้น โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเชิงรุกเพื่อหยุดยั้งการกระทำผิดกฎหมายในทุกรูปแบบ

โดยได้รับรายงานจากนายบำรุงรัตน์ พลอยดำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ว่าเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 22.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจปราบปราม ชุดที่ 1 พร้อมด้วยสายตรวจหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ กร.4 (หุบมะซาง) อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้ร่วมกันออกลาดตระเวนเพื่อปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ กระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 คณะเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนถึงบริเวณหุบตาชิด พิกัดที่ UTM 47P 0581918 E 1357640 N ได้พบเห็นแสงไฟรถจักรยานยนต์ 1 คัน ขี่เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จึงได้วางกำลังดักซุ่มอยู่จนถึงเวลา 03.30 น. รถจักยานยนต์คันดังกล่าวขี่ออกมาจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นพฤติกรรมมีพิรุธ จึงแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่และขอทำการตรวจค้น พบบุคคลชาย 1 คน ทราบชื่อภายหลังคือ นายกอล์ฟ (ชื่อเล่น) ภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านหนองเป่าปี่ หมู่ที่ 3 ต.ศาลาลัย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์

ขณะเจ้าหน้าที่ขอทำการตรวจค้น ชายคนดังกล่าวได้ยกอาวุธปืน (คาดว่าเป็นปืนลูกซอง) เล็งลำกล้องปืนส่องมาทางเจ้าหน้าที่ พร้อมเดินถอยหลังออกห่างเพื่อหลบหนีการจับกุม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้เสียงตะโกนให้วางปืนลง แต่ชายคนดังกล่าวมิได้หยุดการกระทำจนถอยออกห่างไปหลบหลังต้นไม้ใหญ่ และยิงปืน 1 นัด มาทางเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงได้ยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตัว หลังจากเหตุการณ์สงบ ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ แต่ไม่พบชายคนดังกล่าวแล้ว คาดว่าอาศัยจังหวะและความมืดหลบหนี ทั้งนี้ จากการยิงปะทะ ไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

จากการตรวจสอบ พบหลักฐานการกระทำผิด 3 รายการ ประกอบด้วย ไฟฉาย จำนวน 1 อัน รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น เวฟ 110 S สีเทาแดง หมายเลขทะเบียน ขจก 681 นครปฐม จำนวน 1 คัน และมีดตะขอ จำนวน 1 อัน

ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่ร่วมกันพิจารณาแล้วพบว่า การกระทำของบุคคลชายคนดังกล่าว เป็นการกระทำความผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ดังนี้ ฐาน “นำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์ หรือจับสัตว์ หรืออาวุธใดๆ เข้าไป ภายในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ตามมาตรา 19(7) ประกอบมาตรา 45 ฐาน “ยิงปืน ทำให้เกิดระเบิด หรือจุดดอกไม้ไฟ” ตามมาตรา 19(8) ประกอบมาตรา 44 ฐาน “บุคคลซึ่งเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้สั่งให้ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด” ตามมาตรา 20 ประกอบมาตรา 47 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ฐาน “ห้ามมิให้ผู้ใด ทำ ซื้อ มี ใช้ สั่ง หรือนำเข้า ซึ่งอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่” ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 และฐาน “ผู้ใดต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงาน หรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ในขณะปฏิบัติการตามหน้าที่” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138

ทั้งนี้ คณะเจ้าหน้าที่จึงได้จัดทำบันทึกและนำหลักฐานแจ้งความดำเนินคดีส่งสถานีตำรวจภูธรสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อขยายผลติดตามตัวชายคนดังกล่าวมาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งจะแจ้งความคืบหน้าต่อไป.

ข่าว : บานเย็น / ภาพ : อุทยานแห่งชาติกุยบุรี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด