“รมว.ทส.สุชาติ” สั่งจัดการขั้นเด็ดขาด! หลัง ขสป.อมก๋อย รวบ 4 พรานลอบล่า “เลียงผา” ริมน้ำปิง โยนซากทิ้งแม่น้ำหวังทำลายหลักฐาน
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายครินทร์ หิรัญไกรลาส หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย กรณีการจับกุมกลุ่มผู้กระทำผิดลักลอบล่าสัตว์ป่าในพื้นที่รอยต่อเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อยและอุทยานแห่งชาติแม่ปิง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แสดงความเป็นห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมสั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด โดยเน้นย้ำว่าการล่า “เลียงผา” ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวนถือเป็นความผิดร้ายแรง และได้กำชับให้เพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) ในพื้นที่เสี่ยงเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย
เหตุการณ์เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 00.12 น. ขณะเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษฯ ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่ปิง ดักซุ่มบริเวณป่าห้วยช้างร้อง ริมแม่น้ำปิง ซึ่งเป็นจุดล่อแหลม เจ้าหน้าที่พบเรือหางยาวพร้อมชาย 4 คน มีพฤติกรรมล่าสัตว์ป่าชัดเจน เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัว กลุ่มผู้ต้องหาได้พยายามขับเรือหลบหนี และในระหว่างการไล่ติดตามนั้น กลุ่มผู้กระทำผิดได้ตัดสินใจโยนซากเลียงผา อาวุธปืนลูกซอง และสัมภาระลงแม่น้ำปิงต่อหน้าเจ้าหน้าที่ เพื่อหวังทำลายหลักฐานสำคัญ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพวิดีโอเหตุการณ์ไว้ได้ทุกขั้นตอน ก่อนจะสามารถสกัดจับและควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 รายไว้ได้
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ยอมรับสารภาพ ว่าได้ร่วมกันลักลอบเข้ามาเพื่อล่า “เลียงผา” จริง และเป็นผู้โยนของกลางทั้งหมดลงน้ำตามภาพหลักฐานที่เจ้าหน้าที่บันทึกไว้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บตัวอย่างเศษซากและคราบเลือดที่ตกอยู่บนเรือเพื่อส่งตรวจพิสูจน์ชนิดพันธุ์ทางวิทยาศาสตร์ (DNA) และประสานทีมนักประดาน้ำเพื่อค้นหาของกลางที่ถูกโยนทิ้ง เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดี
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมหลักฐาน ส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรก้อ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เพื่อดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ต่อไป โดยอธิบดีกรมอุทยานฯ ทิ้งท้ายว่า “เลียงผา” เป็นสัตว์ที่หายากและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง การกระทำครั้งนี้ถือเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างร้ายแรง ซึ่งกรมอุทยานฯ จะติดตามคดีนี้ให้ถึงที่สุดตามนโยบายของท่านรัฐมนตรีฯ สุชาติ ต่อไป.

