• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

กรมอุทยานแห่งชาติฯ และกรมป่าไม้ เดินหน้าความร่วมมือทวิภาคีไทย – สปป.ลาว วางกรอบแนวทางยกระดับการบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ พัฒนางานด้านป่าไม้ และการบังคับใช้กฎหมายสัตว์ป่าข้ามชาติอย่างยั่งยืน

วันที่ 17 มีนาคม 2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมด้วยนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ได้เข้าร่วมหารือข้อราชการร่วมกับ รองศาสตราจารย์ ดร.สมวัง พิมมะวงศ์ อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อม​ สปป.ลาว และคณะ เพื่อร่วมกันวางกรอบความร่วมมือทวิภาคีในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติในอนาคต

คณะผู้บริหาร ประกอบด้วย​ นายพงษ์ศักดิ์ ด้วงโยธา ผู้ตรวจราชการกรม ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักสนองงานพระราชดำริ​ นางสุนีย์ ศักดิ์เสือ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช​ นายประชัย ศรีจามร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 (อุดรธานี) นายวรดลต์ แจ่มจำรูญ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอนุกรมวิธานพืช​ เข้าร่วมหารือในส่วนของกรมอุทยานฯ และนายสราวุฒิ บุญเกื้อ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 (อุดรธานี) นายกานดิษฏ์ สิงหากัน ผู้อำนวยการสำนักโครงการพระราชดำริและกิจการพิเศษ เข้าร่วมหารือในส่วนของกรมป่าไม้

ทั้งนี้ นายอรรถพล​ เจริญชันษา​ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เสนอแนวทางการพัฒนาความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของ สปป.ลาว อย่างเป็นระบบและรอบด้าน โดยมีสาระสำคัญ​ ได้แก่​ การปรับปรุงโครงสร้างองค์กรให้มีความเหมาะสม ทันสมัย และสอดคล้องกับบริบทการดำเนินงานในปัจจุบัน​ การทบทวนและพัฒนากฎหมาย ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพและสอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง​ การเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรในทุกมิติ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและการบังคับใช้กฎหมาย​

ด้านอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า กรมอุทยานฯ พร้อมให้การสนับสนุนความช่วยเหลือทางวิชาการในการฟื้นฟูระบบนิเวศ การปลูกฟื้นฟูป่า รวมทั้งการนำแนวพระราชดำริการปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง รวมทั้งนำโครงการสร้างป่าสร้างรายได้ ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาเป็นแนวทางการปฏิบัติงานในพื้นที่โครงการศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว เพื่อให้เป็นพื้นที่ศึกษาเรียนรู้ของพี่น้อง สปป.ลาว อีกทั้งมีการวางแผนให้นำเจ้าหน้าที่ไปศึกษาดูงานกิจกรรมสร้างป่า สร้างรายได้ของประเทศไทย และได้เชิญกรมป่าไม้ สปป.ลาว มาร่วมประชุมวิชาการสร้างป่า สร้างรายได้ ในห้วงเดือนมกราคม 2570 ต่อไป

อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวเพิ่มเติมในส่วนของการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมด้านการป้องกันและควบคุมไฟป่า เพื่อพัฒนาทักษะและความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน​ การยกระดับความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมาย ผ่านกลไกเครือข่าย ASEAN-WEN เพื่อป้องกันและปราบปรามการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติอย่างมีประสิทธิภาพ​ การเสริมสร้างความร่วมมือเชิงปฏิบัติในพื้นที่ชายแดน ทั้งการดำเนินคดีร่วม การประสานงาน และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเจ้าหน้าที่ด่านไซเตส เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับสัตว์ป่าและพืชป่า​ การสนับสนุนทางวิชาการด้านการบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการประเมินศักยภาพเบื้องต้น การจัดทำเอกสารเสนอขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ การวางแผนบริหารจัดการพื้นที่ การกำหนดเขตการใช้ประโยชน์ ตลอดจนการสร้างความเข้าใจกับชุมชน และการถ่ายทอดแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practices) เพื่อลดและป้องกันภัยคุกคาม​ การขยายกรอบความร่วมมือระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติฯ กับกรมป่าไม้ สปป.ลาว ให้ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่ การอนุรักษ์สัตว์ป่า พันธุ์พืช ความหลากหลายทางชีวภาพ การจัดการพื้นที่อนุรักษ์ และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร​ และการส่งเสริมการบริหารจัดการชุมชนในพื้นที่อนุรักษ์ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างสมดุลและยั่งยืน.

ข่าว : น้ำเพชร
ภาพ : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 (อุดรธานี)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด