• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

อธิบดีกรมอุทยานฯ​ สั่ง อช.ดอยอินทนนท์​ เฝ้าระวังติดตาม “เสือโคร่ง” ต่อเนื่อง​ ล่าสุดยังไม่พบตัว ย้ำ! หากพบต้องพิสูจน์ ว่าเสือธรรมชาติหรือกรงเลี้ยง​

อธิบดีกรมอุทยานฯ​ สั่ง อช.ดอยอินทนนท์​ เฝ้าระวังติดตาม “เสือโคร่ง” ต่อเนื่อง​ ล่าสุดยังไม่พบตัว​ หลังติดตั้งกล้องดักถ่ายและใช้โดรนติดตาม​ ย้ำ! หากพบต้องพิสูจน์ให้ชัด เป็นเสือจากธรรมชาติหรือกรงเลี้ยง​

กรมอุทยานแห่งชาติฯ​ โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) สนธิกำลังเจ้าหน้าที่พิสูจน์ทราบร่องรอย​ “เสือโคร่ง” หลังชาวบ้านยืนยันพบเสือโคร่งในพื้นที่บ้านเมืองอาง ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัย ใช้โดรนตรวจติดตาม และเตรียมแผนหากพบ เพื่อความปลอดภัยของเสือโคร่งและราษฎรในพื้นที่​ ยืนยันในพื้นที่ไม่มีรายงานการพบเสือโคร่งมาก่อน​ หากพบตัวจึงต้องพิสูจน์อย่างละเอียดว่าเป็นเสือโคร่งจากธรรมชาติหรือหลุดกรงเลี้ยง

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 นายอรรถพล​ เจริญชันษา​ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ​ สัตว์ป่า​ และพันธุ์พืช​ เปิดเผยว่า​ ตามที่เกิดเหตุวัวของชาวบ้านถูกสัตว์ทำร้ายจนล้มตายในพื้นที่บ้านเมืองอาง ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งการให้นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด​ ล่าสุดได้รับรายงานเพิ่มเติมจากการปฏิบัติงานของชุดลาดตระเวนเชิงคุณภาพของอุทยานแห่งชาติแม่วาง ว่า​พบรอยเท้าของสัตว์ผู้ล่าในบริเวณลำห้วยบ้านแม่แตง ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าติดกันกับอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์โดยทีมอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ได้ตรวจหาพิกัดและร่องรอยในจุดเกิดเหตุอย่างละเอียดแล้ว​ และผลการตรวจสอบจากกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า (Camera Trap) ในเบื้องต้นปรากฏเพียงภาพของ “หมาใน” ซึ่งเป็นสัตว์นักล่าตามธรรมชาติ แต่ยังคงให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีการยืนยันของผู้ใหญ่บ้านและราษฎรในพื้นที่ว่าเห็นเสือโคร่งลายพาดกลอนขนาดใหญ่ ความยาวกว่าสามเมตร โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งขยายพื้นที่ตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน​ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับชุมชน

ด้านนายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้​ นายวรรณชัย รักมิตร ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และเข้าบัญชาการเหตุการณ์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อเร่งพิสูจน์ทราบชนิดพันธุ์ของสัตว์นักล่าและวางมาตรการรักษาความปลอดภัย ณ กองอำนวยการร่วมบริเวณศูนย์บริการการท่องเที่ยววังม่วง-วังควาย และบ้านเมืองอาง ซึ่งเป็นการทำงานบูรณาการร่วมกันระหว่าง สถานีวิจัยสัตว์ป่าดอยเชียงดาว สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า, หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ สบอ.16, สัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.16, หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์, ทีมอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) และฝ่ายปกครองอำเภอจอมทอง เพื่อเข้าพิสูจน์ทราบร่องรอยและชนิดพันธุ์ของสัตว์นักล่าผ่านการสังเกตรอยเท้าและการตรวจสอบกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า (Camera Trap)

สำหรับมาตรการป้องกันและดูแลความปลอดภัย อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ราษฎรในหมู่บ้านและชุมชนที่มีการพบซากสัตว์ถูกทำร้าย ให้นำปศุสัตว์กลับเข้ามาขังในคอกที่แข็งแรงมิดชิดเพื่อป้องกันเกิดเหตุซ้ำ พร้อมกันนี้ ได้จัดตั้งชุดสายตรวจอุทยานแห่งชาติเข้าเฝ้าระวังความปลอดภัยในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันความตื่นตระหนกและลดโอกาสการเผชิญหน้าโดยตรงระหว่างคนกับสัตว์ เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ พร้อมกันนี้ จะมีการใช้อากาศยานไร้คนขับชนิดตรวจจับความร้อน (Thermal Drone) บินตรวจสอบพื้นที่เพื่อติดตามตำแหน่งของสัตว์อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ได้เตรียมแผนขั้นต่อไปไว้รองรับ หากผลการพิสูจน์ทราบพบว่าเป็นเสือโคร่งก็จะต้องพิสูจน์ให้ชัดเจนว่าเป็นเสือโคร่งในธรรมชาติหรือเสือจากกรงเลี้ยง​ เนื่องจากพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ไม่เคยมีรายงานการพบเสือโคร่งมาก่อน พร้อมกันนี้ ได้ขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงการเข้าไปในบริเวณชายป่าที่เกิดเหตุ รวมถึงขอความร่วมมือไม่ให้มีการทำร้ายเสือด้วย โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการบริหารจัดการสถานการณ์ให้คลี่คลายโดยเร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่ายต่อไป.

ข่าว : เพ็ญพร

ภาพ : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด