• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

“รองนายกฯ สุชาติ” กำชับศูนย์บัญชาการ 14 กลุ่มป่า สกัดไฟป่า ภาพรวมจุดความร้อนลดลง 78% เทียบปีที่แล้ว

“รองนายกฯ สุชาติ” กำชับศูนย์บัญชาการ 14 กลุ่มป่า บูรณาการทุกหน่วยสกัดป้องกันไม่ให้เกิดไฟป่าให้ได้ เน้นย้ำความปลอดภัยของ จนท.ดับไฟป่า ภาพรวมจุดความร้อนลดลง 78% เทียบปีที่แล้ว

นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่างยั่งยืน ออกคำสั่งกำชับศูนย์บัญชาการ 14 กลุ่มป่าทั่วประเทศ ให้บูรณาการกำลังทุกหน่วยงานสกัดกั้นและป้องกันการเกิดไฟป่าอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานดับไฟป่าเป็นอันดับแรก ขณะที่ตัวเลขภาพรวมจุดความร้อน (Hotspot) สะสมล่าสุด ลดลงถึง 78% ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงประสิทธิภาพการทำงานเชิงรุกของทุกหน่วยงาน

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า จากสภาพพื้นที่ป่าทั่วประเทศเริ่มมีความแห้งแล้งมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ตั้งแต่ภาคกลางขึ้นไปเริ่มพบจุดความร้อนและเกิดเหตุไฟป่าขึ้นในบางจุด เช่น กลุ่มป่าเขื่อนศรีนครินทร์ พื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี กลุ่มป่าเขื่อนภูมิพล พื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่ปิง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย เขตรักษาพันสัตว์ป่าแม่ตื่น กลุ่มป่าแม่ยม พื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่ยม กลุ่มป่าศรีลานนา-แม่ลาว พื้นที่บริเวณอุทยานแห่งชาติศรีลานนา ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ลาวฝั่งซ้าย กลุ่มป่าภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ รวมถึงพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างอย่างป่าแม่ยม ป่าเหนือเขื่อนสิริกิติ์ ทั้งนี้ ข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยาระบุว่าปัจจุบันสภาพอากาศโลกเริ่มเข้าสู่ภาวะเป็นกลาง ส่งผลให้หลายพื้นที่มีปริมาณฝนลดลงและเกิดความแห้งแล้ง ทำให้ไฟป่าลุกลามได้ง่ายและรุนแรงยิ่งขึ้น

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมขับเคลื่อนนโยบายในรูปแบบ “กลุ่มป่า” ทั้งหมด 14 กลุ่มป่า ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อระหว่างพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวนแห่งชาติ และเขตพื้นที่เกษตรกรรมป่าไม้ โดยมีการสนธิกำลังร่วมกับกรมป่าไม้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และฝ่ายปกครอง เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างในการปฏิบัติงานข้ามเขตรับผิดชอบ พื้นที่ควบคุมไฟป่าครอบคลุมกว่า 45 ล้านไร่ ใน 18 จังหวัด 115 อำเภอ 495 ตำบล โดยมี 12 กลุ่มป่าขนาดใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งถือเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงสุดในช่วงฤดูแล้ง และมีการจัดตั้งจุดเฝ้าระวังไฟป่าทั่วประเทศจำนวน 3,895 จุด โดยเฉพาะในพื้นที่ 14 กลุ่มป่าเสี่ยงภาคเหนือ จำนวน 2,082 จุดพร้อมชุดปฏิบัติการลาดตระเวนตรวจหาไฟและการลักลอบเผาป่าอย่างต่อเนื่อง และปรับจุดตั้งบนที่สูงเพื่อให้มองเห็นกลุ่มควันและแจ้งเหตุได้รวดเร็วที่สุด

ภายใต้ “มาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569” ซึ่งประกอบด้วยมาตรการสำคัญ 10 ข้อ หัวใจหลักคือยุทธการ “ตรึงพื้นที่” และ “การบูรณาการการทำงานเป็นหนึ่งเดียวกับจังหวัด” โดยปีนี้ได้ยกระดับเป้าหมายจากปีที่ผ่านมา ตั้งเป้าลดพื้นที่เผาไหม้ในป่าลงร้อยละ 20 พื้นที่เกษตรลดลงร้อยละ 20 ค่าเฉลี่ยฝุ่น PM 2.5 ลดลงร้อยละ 5-10 และจำนวนวันที่เกินมาตรฐานลดลงร้อยละ 5 ด้านการประชาสัมพันธ์เชิงรุก เจ้าหน้าที่ดำเนินการรณรงค์ในรูปแบบ “เคาะประตูบ้าน” เพื่อสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกับชุมชน พร้อมทำบันทึกข้อตกลง (MOU) กับชุมชนเพื่อสร้างเครือข่ายป้องกันไฟป่าในระยะยาว และมาตรการ “ชิงเก็บ ลดเผา” มีการบริหารจัดการเชื้อเพลิงไปแล้วกว่า 3 แสนไร่ จากแผนทั้งหมด 2.4 ล้านไร่ เพื่อลดปริมาณเชื้อเพลิงสะสมในป่า จากการดำเนินงานอย่างเข้มข้น ส่งผลให้ภาพรวมจุดความร้อนลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในป่าอนุรักษ์ที่ตัวเลขลดลงถึง 78% ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา สอดคล้องกับสถิติปี 2568 ที่พบว่าในบางช่วงเวลาพื้นที่เผาไหม้ในป่าอนุรักษ์ลดลงไปแล้วกว่า 19.41% – 26.51% โดยตั้งเป้าหมายปี 2569 จะต้องลดพื้นที่เผาไหม้ให้ได้ร้อยละ 40 จากค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี ซึ่งเป็นผลมาจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังควบคู่ไปกับการทำความเข้าใจกับชุมชนรอบผืนป่า

นอกจากนี้ กรมอุทยานฯ ได้จัดตั้งวอร์รูม (War Room) เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระดับจังหวัดและระดับกลุ่มป่า โดยมีปลัดกระทรวงฯ และรัฐมนตรีฯ กำกับดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดเตรียมอุปกรณ์ น้ำมัน และสวัสดิการเจ้าหน้าที่ให้พร้อมปฏิบัติงานตลอดเวลา โดยมีการเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกาย อุปกรณ์ป้องกันตนเอง และทักษะการดับไฟป่าตามหลักวิชาการ เพื่อป้องกันการสูญเสียจากการปฏิบัติหน้าที่ในสภาพภูมิประเทศที่สูงชันและอันตราย พร้อมนำเทคโนโลยีอากาศยานมาสนับสนุนภารกิจดับไฟป่าและพ่นละอองน้ำในพื้นที่วิกฤติ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการรับมือทุกสถานการณ์ ทั้งนี้ กรมอุทยานฯ ขอความร่วมมือประชาชนทุกภาคส่วน งดจุดไฟเผาในพื้นที่ป่าโดยเด็ดขาด พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับอาสาสมัครในพื้นที่ เพื่อสร้างแนวร่วมในการเฝ้าระวังและป้องกันไฟป่าอย่างยั่งยืน ตามเป้าหมายในการคืนอากาศบริสุทธิ์ให้แก่ประชาชนและรักษาความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ หากพบเห็นผู้เจตนาจุดไฟป่าจะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นถึงขั้นปิดพื้นที่ป่าห้ามเข้าเด็ดขาด หากพบเห็นไฟป่ากรุณาแจ้งสายด่วน 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง.

ข่าว : เพ็ญพร

ภาพ : ส่วนควบคุมไฟป่า สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด