เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ไม่ใช่เพียงผืนป่าธรรมดาทางภาคเหนือ แต่คือหัวใจสำคัญของระบบนิเวศขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “กลุ่มป่าแม่ปิง-อมก๋อย” ซึ่งเชื่อมโยงกับอุทยานแห่งชาติแม่ปิง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น และเขตห้ามล่าสัตว์ป่านันทบุรี ครอบคลุมพื้นที่ป่ากว้างใหญ่กว่า 2.5 ล้านไร่
นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยว่า ป่าแห่งนี้เป็นบ้านของสัตว์ป่าหายากมากมาย ตั้งแต่ช้างป่า วัวแดง กวางผา เสือดาว เสือไฟ เลียงผา หมาใน ไปจนถึงแมวป่าหรือเสือกระต่าย นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของลุ่มน้ำแม่ตื่นและลุ่มน้ำแม่ปิง ซึ่งเป็นรากฐานการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์นี้ “ดอยม่อนจอง” โดดเด่นขึ้นมาในฐานะจุดสูงสุดของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ตั้งอยู่ที่ตำบลม่อนจอง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยความสูง 1,930 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาศึกษาธรรมชาติในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี
นักเดินทางจะได้สัมผัสเส้นทางศึกษาธรรมชาติแบบไป-กลับระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร ซึ่งเต็มไปด้วยกิจกรรมเชิงนิเวศที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่าระยะไกลเพื่อชมวิวทิวทัศน์และทะเลหมอก สัมผัสอากาศหนาวเย็นและบรรยากาศยามพระอาทิตย์ขึ้นและตก รวมถึงการพักแรมแบบแคมป์ปิ้งเพื่อส่องสัตว์ ดูนก หรือเฝ้าชมกวางผาและช้างป่าตามธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังมีสีสันของพืชป่าอย่างกล้วยไม้และต้นกุหลาบพันปีที่จะบานสะพรั่งในช่วงฤดูหนาว
กิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้มุ่งเพียงสร้างความสุข แต่ยังมุ่งสร้างจิตสำนึกให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ และเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมวิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่น นำไปสู่การจัดการทรัพยากรร่วมกันอย่างเป็นธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อผู้มาเยือนและธรรมชาติ

- ประการแรก การจำกัดจำนวนผู้เข้าพื้นที่ไม่เกิน 230 คนต่อวัน เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศและไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสัตว์ป่า
- ประการที่สอง การจองออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ https://wildlifesanctuaryfca16.com/omkoi เพียงช่องทางเดียวเท่านั้น เพื่อความถูกต้องและโปร่งใสในการขอเข้าพื้นที่
- ประการที่สาม การกำหนดเส้นทางที่เปิดให้บริการ 2 เส้นทางหลัก คือ เส้นทางบ้านมูเซอ-ดอยม่อนจอง และเส้นทางบ้านห้วยปูลิง-ดอยม่อนจอง โดยมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของทั้ง 2 ชุมชนร่วมประสานงานดูแลความสะดวกและความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด

นายสุขี บุญสร้าง ย้ำว่า ความปลอดภัยของผู้มาเยือนเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก เนื่องจากมีการพบประชากรช้างป่าในพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นฤดูกาลที่ช้างป่าเคลื่อนย้ายเข้ามามากขึ้น เจ้าหน้าที่จึงต้องปฏิบัติงานเชิงรุกเพื่อประเมินสถานการณ์ทุกวัน หากพบว่ามีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อยอาจจำเป็นต้องประกาศปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติทันที เพื่อป้องกันผลกระทบและการปะทะกันระหว่างคนและสัตว์ป่า โดยนักท่องเที่ยวทุกท่านต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย และระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พ.ศ.2564 อย่างเคร่งครัด
ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าวทิ้งท้ายว่า ด้วยความมุ่งมั่นในงานบริการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ กรมอุทยานฯ หวังว่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อยจะช่วยสร้างสังคมการเดินป่าที่ดี ที่ซึ่งทุกคนมีความเคารพต่อธรรมชาติและเพื่อนร่วมทาง เพื่อส่งต่อความอุดมสมบูรณ์นี้สู่คนรุ่นต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด


ภาพ : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย
