ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พุทธศักราช 2520 ป่ากลางอ่าว อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ เมื่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จพระราชดำเนินมายังพื้นที่แห่งนี้
การเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนั้น มีพระราชประสงค์เพื่อทรงยกช่อฟ้าอุโบสถที่วัดเขาโบสถ์ พระอารามหลวง ในอำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นพระราชกุศลยิ่งใหญ่ในการถวายเป็นพระราชกุศลแด่สถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นการอนุรักษ์พุทธศิลป์อันล้ำค่าของชาติ
หลังจากพระราชพิธีสำเร็จลุล่วงด้วยดี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินต่อมาที่ป่ากลางอ่าว เพื่อพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้ง “พลับพลารับเสด็จ” ณ ค่ายลูกเสือแห่งนี้ โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถได้พระราชทานธงลูกเสือชาวบ้านแก่ชาวอำเภอบางสะพาน อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักความสามัคคี และความมุ่งมั่นในการพัฒนาท้องถิ่นตามแนวพระราชดำริตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ชาวบางสะพานได้เรียกพื้นที่แห่งนี้ว่า “พลับพลา”
สำหรับป่ากลางอ่าว เป็นผืนป่ายางนาที่มีความอุดมสมบูรณ์ยิ่ง มีพื้นที่กว่า 1,285 ไร่ เป็นป่าดิบแล้งที่มีต้นยางนาขึ้นหนาแน่น ประมาณ 600 ต้น แต่ละต้นสูงตระหง่านถึง 30-40 เมตร มีอายุหลายร้อยปี เป็นหนึ่งในแหล่งป่ายางนาที่ใหญ่ที่สุดและสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย ต้นยางนาเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีคุณค่าทางนิเวศวิทยา แต่ยังเป็นมรดกทางธรรมชาติที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ ใต้ร่มเงาของต้นยางนาขนาดใหญ่ มีพืชพรรณนานาชนิดเจริญเติบโต มีสัตว์ป่ามากมายใช้เป็นที่อยู่อาศัย สร้างระบบนิเวศที่สมดุลและอุดมสมบูรณ์
ในปัจจุบัน ป่ากลางอ่าวได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ “อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ)” ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 155 ของประเทศไทย และเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่อยู่ใต้สุดของภาคกลาง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 4,051 ไร่
• วนอุทยานแม่รำพึง พื้นที่ 3,706 ไร่ เป็นป่าพรุที่สมบูรณ์ มีต้นเสม็ดขาวเป็นพืชหลัก ทอดยาวไปจนถึงหาดแม่รำพึง
พื้นที่ทางทะเล
• เกาะสิงห์และเกาะสังข์ พื้นที่รวม 393 ไร่ (รวมพื้นที่น้ำรัศมี 300 เมตร)
อุทยานแห่งชาติอ่าวสยามเป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งทางบกและทางทะเล ประกอบด้วยระบบนิเวศหลากหลายรูปแบบ ที้งป่าดิบแล้ง ป่ายางนา ที่ป่ากลางอ่าวเป็นหนึ่งในแหล่งป่ายางนาที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศ มีต้นยางนาอายุหลายร้อยปี ร่วมกับไม้พะยอม ไม้ตะเคียน และพืชพรรณนานาชนิด
มีป่าพรุ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญยิ่งต่อระบบนิเวศ ป่าพรุแม่รำพึงมีต้นเสม็ดขาวขึ้นหนาแน่น เป็นแหล่งผลิตแพลงก์ตอนขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นอาหารให้กับลูกปลาทู ทำให้ผืนทะเลบริเวณนี้เป็นแหล่งวางไข่ของปลาทูที่หนาแน่นที่สุดในอ่าวไทย เป็นระบบนิเวศชายฝั่งที่มีป่าโกงกาง ลำแพน และพืชชายเลนอื่นๆ เป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำจำนวนมาก บริเวณเกาะทะลุยังมีแนวปะการังที่สวยงามและสมบูรณ์ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลหลากหลายชนิด พื้นที่ชุ่มน้ำในอุทยานเป็นจุดพักพิงสำคัญของนกอพยพจากไซบีเรีย ที่มาพักผ่อนและหาอาหารในช่วงฤดูหนาว
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระปณิธานอันแน่นแฟ้นในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พระองค์ทรงห่วงใยทรัพยากรธรรมชาติของชาติ และทรงสนับสนุนโครงการอนุรักษ์นานาชนิด
การเสด็จพระราชดำเนินมายังป่ากลางอ่าวในครั้งนั้น มิใช่เพียงแค่การพระราชทานธงลูกเสือชาวบ้าน แต่ยังเป็นการทรงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การมีส่วนร่วมของชุมชน และการพัฒนาที่ยั่งยืน
พระราชดำริของพระองค์ท่านได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับชาวบางสะพานในการดูแลรักษาผืนป่าแห่งนี้ ทำให้ป่ากลางอ่าวและพื้นที่โดยรอบยังคงความสมบูรณ์จนถึงทุกวันนี้ และได้รับการยกระดับเป็นอุทยานแห่งชาติเพื่อการอนุรักษ์อย่างถาวร
อุทยานแห่งชาติอ่าวสยามในวันนี้ จึงมิใช่แค่เพียงป่ากลางอ่าวในพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติเท่านั้น แต่เป็นสถานที่แห่งความทรงจำ แห่งพระมหากรุณาธิคุณ และแห่งพระปณิธานในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นมรดกอันล้ำค่าที่เราทุกคนมีหน้าที่ร่วมกันดูแลรักษาไว้สืบไป.

