กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอขอบคุณทุกท่านที่ส่งความห่วงใยและติดตามการดูแลลูกช้างป่ากำพร้า ณ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี อย่างใกล้ชิด ทุกความรักและกำลังใจที่ส่งมาคือแรงสนับสนุนที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยของลูกช้างป่า กรมฯ ขอความร่วมมือในช่วงนี้ 2 ประการ คือ งดเข้าเยี่ยมชมและงดรับบริจาคอาหารจากภายนอก โดยมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการดูแลตามหลักวิชาการและหลักสวัสดิภาพสัตว์ เพราะเป้าหมายสำคัญคือความปลอดภัยและการฟื้นฟูสุขภาพของลูกช้าง
อย่างที่ทราบกันดีว่า การอนุบาลลูกช้างป่าที่อายุน้อยและกำพร้าแม่ ถือเป็นภารกิจที่ท้าทาย จึงต้องดำเนินการอย่างรัดกุมเป็นพิเศษ โดยกรมฯ ได้จัดให้มีทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยดูแลทั้งชนิดและปริมาณอาหาร การให้น้ำ การเสริมวิตามินและแร่ธาตุตามความจำเป็น ตลอดจนสังเกตพฤติกรรม การขับถ่าย และการพักผ่อน พร้อมบันทึกข้อมูลเพื่อประเมินการฟื้นฟูด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นมีสัญญาณบวกที่พอจะช่วยให้คลายกังวลได้บ้าง เมื่อลูกช้างป่าตอบสนองต่อการดูแลได้ดี และตื่นตัวเมื่อมีสิ่งผิดปกติ สะท้อนว่าลูกช้างยังคงสัญชาตญาณของช้างป่าไว้ได้ดี

ระบบทางเดินอาหารของช้างต้องอาศัยจุลินทรีย์ช่วยย่อยเส้นใยพืช ซึ่งตามธรรมชาติลูกช้างป่าจะได้รับจุลินทรีย์เหล่านี้จากการกินมูลของแม่หรือช้างในโขลง แต่ลูกช้างป่าที่แยกจากโขลงอาจมีจุลินทรีย์ในลำไส้ไม่สมบูรณ์ อาหารหลักจึงเน้นพืชอาหารธรรมชาติในปริมาณที่เหมาะสม โดยเฉพาะช่วง 2–4 สัปดาห์แรกในการดูแล การกินอาหารมากเกินไป การเปลี่ยนอาหารฉับพลัน หรือการให้กินผลไม้น้ำตาลสูงในปริมาณมาก อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเสีย หรือระบบย่อยอาหารแปรปรวน ซึ่งเป็นอันตรายต่อลูกช้างป่าที่ร่างกายยังอ่อนแอ ด้วยเหตุนี้จึงยังไม่สามารถรับบริจาคอาหารจากภายนอกได้ เพราะต้องควบคุมทั้งชนิด ปริมาณ ความสมดุลทางโภชนาการ และแหล่งที่มาของอาหารทุกมื้อให้ปลอดภัย
บุคคลภายนอกอาจเป็นพาหะนำเชื้อโรคเข้าสู่พื้นที่เลี้ยงดูได้ แม้ไม่มีอาการเจ็บป่วย การจำกัดการเข้าถึงจึงเป็นมาตรการสำคัญด้านการป้องกันโรคและสุขอนามัย อีกทั้งช่วยลดการคุ้นชินกับมนุษย์โดยไม่จำเป็น เพื่อให้ลูกช้างป่ายังคงมีสัญชาตญาณของสัตว์ป่าและพร้อมกลับไปใช้ชีวิตตามธรรมชาติในอนาคต
ผู้ที่สนใจสามารถมีส่วนร่วมในการดูแลลูกช้างป่าได้ด้วยการติดตามและแบ่งปันข้อมูลจากช่องทางที่เป็นทางการของกรมฯ และร่วมส่งต่อความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสังคม ทั้งนี้ กรมฯ ยืนยันว่าจะดูแลลูกช้างป่าอย่างเต็มความสามารถ โดยยึดสุขภาพและสวัสดิภาพของสัตว์เป็นอันดับแรก พร้อมทั้งจะสื่อสารความคืบหน้าให้สาธารณชนทราบอย่างต่อเนื่อง

ข่าว/ภาพ : สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสอยดาว
