กรมอุทยานฯ ประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่า เดินหน้าดำเนินงานตามมาตรการ 6 ด้าน เสนอแก้กฎหมายใช้เงินรายได้อุทยานฯ และศึกษาโครงการประกันภัยช้างป่า นำงบมาแก้ปัญหา
วันที่ 27 ตุลาคม 2569 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยกระดับการแก้ไขปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์เป็นวาระสำคัญ เร่งขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกและมาตรการเร่งด่วน (Quick Win) มุ่งเน้นการคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ควบคู่กับการดูแลสวัสดิภาพสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน โดยนายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหา ณ ห้องประชุมส่วนช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสัตว์ป่า ชั้น 12 อาคารสืบ นาคะเสถียร พร้อมด้วย นายประทีป เหิมพยัคฆ์ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1-16 และหัวหน้าหน่วยงานภาคสนาม เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ เพื่อกำหนดทิศทางการปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ
นายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การประกอบอาชีพของเกษตรกร รวมถึงความเสี่ยงในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร จากข้อมูลพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บสะสม 284 ราย และเสียชีวิต 305 ราย สะท้อนว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาด้วยการตั้งรับได้อีกต่อไป จึงต้องปรับกระบวนทัศน์จากการผลักดันช้างป่าเพียงอย่างเดียว ไปสู่การบริหารจัดการเชิงรุกที่เป็นระบบ โดยมอบหมายให้นายประทีป เหิมพยัคฆ์ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ เป็นหัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุก เพื่อกำกับและบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด
“การแก้ไขปัญหานี้ต้องดำเนินการอย่างสมดุลระหว่างการคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน กับการอนุรักษ์และสวัสดิภาพของช้างป่า เราไม่อาจปล่อยให้ประชาชนต้องเผชิญปัญหาโดยลำพัง และไม่ปล่อยให้เจ้าหน้าที่หรือเครือข่ายจิตอาสาต้องแบกรับความเสี่ยงโดยขาดการสนับสนุน ทุกมาตรการต้องตั้งอยู่บนฐานข้อมูล ข้อเท็จจริง หลักวิชาการ และผลสัมฤทธิ์ที่ตรวจสอบได้” นายยงยุทธ กล่าว
ขณะที่นายประทีป เหิมพยัคฆ์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวถึงแนวทางการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบว่า ปัจจุบันยอดเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยจากช้างป่าสูงถึง 70 ล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมฯ จึงมีแนวคิดประสานความร่วมมือกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดทำ “โครงการประกันภัยจากช้างป่า” ในลักษณะเดียวกับประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อให้เกิดกลไกการเยียวยาที่รวดเร็ว ทั่วถึง และมีงบประมาณรองรับอย่างเพียงพอ
สำหรับแผนการดำเนินงานในระยะต่อไป กรมอุทยานฯ มุ่งเน้นการขับเคลื่อนมาตรการสำคัญ 6 ด้าน ได้แก่ การจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพื่อเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า, การพัฒนาแนวป้องกันช้างป่า, การสนับสนุนชุดเฝ้าระวังและผลักดัน, การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ, การจัดการพื้นที่รองรับช้างป่าอย่างยั่งยืน และการควบคุมประชากรช้างป่าด้วยวัคซีนคุมกำเนิด พร้อมกันนี้ ได้เตรียมยกระดับความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย จัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ขยายเครือข่ายเฝ้าระวังในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน ตลอดจนเร่งปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการใช้เงินรายได้อุทยานแห่งชาติ เพื่อนำมาใช้ในงานดูแลและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสัตว์ป่าได้ทันท่วงที.

