• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

เสน่ห์แห่งผืนป่าภูกระดึง: รู้จัก “นกกินปลีหางยาวคอดำ” ตัวช่วยผสมเกสรธรรมชาติ

หากใครมีโอกาสได้ไปเยือนและสัมผัสความสดชื่นบนยอดอุทยานแห่งชาติภูกระดึง นอกเหนือจากทิวทัศน์อันงดงามของผาหล่มสักหรือป่าสนอันกว้างใหญ่แล้ว สิ่งหนึ่งที่ช่วยเติมเสน่ห์ให้ผืนป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยชีวิตชีวา คือเสียงร้องแหลมสูงและสีสันอันสดใสของ “นกกินปลีหางยาวคอดำ” (Black-throated Sunbird) นกประจำถิ่นขนาดเล็กที่คอยทำหน้าที่เป็นนักผสมเกสรตัวยงให้กับระบบนิเวศป่าดิบชื้น
นกกินปลีหางยาวคอดำ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Aethopyga saturata จัดอยู่ในวงศ์นกกินปลี (Nectariniidae) เป็นนกขนาดเล็กที่มักพบบ่อยตามป่าดิบและชายป่าที่ระดับความสูงตั้งแต่ 300 ถึง 1,700 เมตร จากระดับน้ำทะเล ความโดดเด่นของนกชนิดนี้อยู่ที่ความแตกต่างระหว่างเพศอย่างชัดเจน โดย เพศผู้ จะมีรูปโฉมที่สวยงามสะดุดตา บริเวณหน้าและคอเป็นสีดำสนิท ขนตั้งแต่หน้าผากยาวไปถึงท้ายทอยเป็นสีน้ำเงินแกมม่วงเข้มเป็นมันวาว แผ่นหลังและข้างคอเป็นสีแดงเข้มตัดกับท้องสีขาวแกมเหลือง สะโพกสีเหลืองอ่อน พร้อมขนคลุมโคนหางและขนหางยาวสีน้ำเงินเข้มเหลือบมัน ในขณะที่ เพศเมีย จะมีขนาดตัวและหางสั้นกว่า หัวสีเทา ลำตัวด้านบนสีเขียวคล้ำแกมเทา ส่วนด้านล่างเป็นสีเหลืองคล้ำแกมขาว ซึ่งช่วยในการพรางตัวตามกิ่งไม้ได้เป็นอย่างดี
ด้านพฤติกรรม นกกินปลีหางยาวคอดำมักหากินวนเวียนอยู่ตามพุ่มดอกไม้สดและปลีกล้วยในป่า ด้วยการใช้จะงอยปากที่เรียวยาวและโค้งมนจิ้มลึกลงไปในเกสรเพื่อดูดกินน้ำหวาน การบินโฉบไปมาระหว่างดอกไม้แต่ละดอกไม่เพียงแต่เป็นการหาอาหารเพื่อประทังชีวิตเท่านั้น แต่ยังถือเป็นบทบาทสำคัญทางนิเวศวิทยาในการช่วยกระจายพันธุ์พืชและคงความหลากหลายทางชีวภาพของผืนป่าภูกระดึงไว้อย่างสมบูรณ์ มักพบอาศัยอยู่ตัวเดียวโดดเดี่ยว หรือรวมกลุ่มกันตามแหล่งที่มีดอกไม้บานสะพรั่ง
แม้ในระดับสากล องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) จะจัดให้ นกกินปลีหางยาวคอดำ อยู่ในสถานภาพกังวลน้อยที่สุด (Least Concern: LC) แต่สำหรับในประเทศไทย นกชนิดนี้ถือเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญและได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย โดยจัดเป็น สัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ห้ามมิให้ผู้ใดจับ ล่า ค้า หรือครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
การได้พบเห็นนกกินปลีหางยาวคอดำบินผ่านพุ่มไม้บนภูกระดึง จึงไม่ใช่แค่ความประทับใจของนักท่องเที่ยวและนักดูนกเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณที่ยืนยันว่า ผืนป่าแห่งนี้ยังคงความอุดมสมบูรณ์และเป็นบ้านที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์ป่าทุกชีวิต การร่วมกันท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ไม่ส่งเสียงดังรบกวน และไม่ทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยของพวกมัน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้สัตว์ป่าตัวน้อยเหล่านี้คงอยู่คู่ธรรมชาติไทยไปอีกนานเท่านาน

ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด