• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

14 วันแห่งการติดตามช้างป่า! จากเบาะแสตะปูแทงเท้า สู่ภารกิจช่วยชีวิตด้วยโดรนกลางดึก

นับเป็นอีกเรื่องราวที่น่าประทับใจ! หลังเพจคลินิกช่วยเหลือสัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) เผยภารกิจค้นหาช้างป่าบาดเจ็บที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าลึก หลังได้รับแจ้งว่าเหยียบตะปูบาดเจ็บ กลายเป็นการทำงานที่ท้าทายของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (สบอ.8) ที่ต้องลงพื้นที่ติดตามหาช้างป่าตัวลึกลับนี้กว่า 2 สัปดาห์ (พบครั้ง-หายครั้ง) จนกระทั่งใช้เทคโนโลยีโดรนบินตรวจค้นในยามค่ำคืนจึงพบตัว และตัดสินใจประสานชุมชนท้องถิ่นเข้าช่วยและให้ยารักษาอย่างปลอดภัย โดยไม่รบกวนช้างป่าให้เครียด

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569 เมื่อสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 ได้รับแจ้งผ่านสายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 จากประชาชนในพื้นที่ว่าพบช้างป่าเหยียบตะปูบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังผู้แจ้งในทันทีเพื่อเตือนถึงอันตรายและความปลอดภัยในการเข้าใกล้ช้างป่า เนื่องจากเป็นสัตว์ป่าที่มีพฤติกรรมไม่แน่นอนและอาจเป็นอันตรายได้ พร้อมทั้งประสานไปยังเจ้าหน้าที่ชุดผลักดันช้างป่าในพื้นที่ ซึ่งรายงานว่าช้างป่าในบริเวณนั้นมีอยู่ 3 ตัวด้วยกัน ไม่ได้อยู่ตัวเดียว จึงต้องวางแผนการรักษาอย่างรอบคอบ โดยส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าได้รีบจัดหาวัคซีนป้องกันบาดทะยักเตรียมพร้อมไว้ทันที

วันถัดมา 4 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้นำยาปฏิชีวนะและยาลดปวด-อักเสบแบบกิน ไปให้ชุดผลักดันช้างป่าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เพื่อลองซ่อนยาในอาหารและวางให้ตามทางที่ช้างออกหากิน โดยใช้วิธีการเช่นเดียวกับกรณีพลายถัง ช้างป่าตาเจ็บในพื้นที่ที่เคยรักษาสำเร็จด้วยวิธีการให้ยาแบบไม่รบกวนช้าง ทำให้ช้างไม่เครียดและสามารถหายเจ็บได้เองในเวลาต่อมา

หลังจากนั้นในวันที่ 8 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าร่วมกับศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 4 (ขอนแก่น) และชุดผลักดันช้างป่าอุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้ลงพื้นที่บ้านหนองหญ้าปล้อง ตำบลดงลาน เพื่อติดตามและประเมินอาการช้างป่า เมื่อได้รับวัคซีนป้องกันบาดทะยักมาแล้ว แต่กลับไม่พบตัวช้างป่าบาดเจ็บที่ว่า รวมถึงในวันที่ 9-10 มกราคม 2569 ชุดผลักดันช้างก็ยังรายงานว่าไม่พบช้างป่าบาดเจ็บเช่นกัน

แต่แล้ววันที่ 11 มกราคม 2569 ผู้แจ้งรายเดิมได้ประสานมายัง สบอ.8 อีกครั้งว่าพบช้างบาดเจ็บแล้ว เจ้าหน้าที่จึงประสานไปยังชุดผลักดันช้างในพื้นที่ ซึ่งยืนยันว่าพบช้างจริง จึงได้เตรียมลงพื้นที่อีกครั้ง วันที่ 12 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานลงพื้นที่บ้านหนองหญ้าปล้อง พบช้าง 2 ตัว แต่ยังไม่ใช่ตัวที่บาดเจ็บ

จนกระทั่งวันที่ 13 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 4 (ขอนแก่น) ร่วมกับชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าอุทยานแห่งชาติภูกระดึงและอุทยานแห่งชาติภูผาม่านได้ลงพื้นที่บ้านหนองหญ้าปล้องและบ้านอ่างทอง จึงพบช้างทั้ง 3 ตัว โดยมี 1 ตัวที่เจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าสังเกตเห็นว่า มีลักษณะบริเวณศอกขาหน้าด้านซ้ายบวมเล็กน้อย แต่เมื่อประเมินอาการพบว่า ช้างตัวนี้มีคะแนนความสมบูรณ์ร่างกาย 3.5-4 ซึ่งถือว่าไม่ผอมแต่อย่างใด สามารถเดินลงน้ำหนักเท้าได้ดี เดินทางในระยะไกลได้ และกินอาหารได้ตามปกติ

เนื่องจากช้างป่าอยู่เป็นฝูงและอาการบาดเจ็บไม่ถึงขั้นสาหัส เจ้าหน้าที่จึงพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่จำเป็นต้องวางยาสลบเพื่อเข้าทำการรักษา เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเจ้าหน้าที่และตัวช้างเอง โดยยึดหลักการทำงาน “คนปลอดภัย สัตว์ปลอดภัย งานสำเร็จ” จึงได้มอบหมายให้ชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าในพื้นที่เฝ้าสังเกตอาการและพฤติกรรมของช้างป่าอย่างใกล้ชิดต่อไป เพื่อประเมินสุขภาพในระยะไกลโดยลดการรบกวนและไม่ให้ความเครียดต่อช้างป่า

วันที่ 14 มกราคม 2569 ชุดผลักดันช้างในพื้นที่รายงานว่ายังไม่พบช้างป่าบาดเจ็บตัวดังกล่าว แต่วันที่ 15 มกราคม 2569 ผู้แจ้งรายเดิมได้แจ้งเหตุช้างเหยียบตะปูเข้ามาซ้ำอีกครั้งผ่านสายด่วน 1362 เจ้าหน้าที่จึงประสานไปยังชุดผลักดันช้างอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ซึ่งแจ้งว่ายังไม่พบช้างป่าตัวที่บาดเจ็บเช่นกัน

เพื่อให้เกิดความแน่ใจและพร้อมรับสถานการณ์ทุกกรณี ในวันที่ 16 มกราคม 2569 สัตวแพทย์หญิงนันทิตา รักษาชาติ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า ได้เดินทางมาแสตนบายในพื้นที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 4 (ขอนแก่น) พร้อมประสานชุดผลักดันช้างป่าว่าหากพบช้างป่าตัวดังกล่าวให้ประสานมาได้ทันที เพื่อจะออกปฏิบัติงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง

จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.40 น. ของวันเดียวกัน สัตวแพทย์หญิงนันทิตา รักษาชาติ ได้ประสานผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสมพร เพื่อเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ตำบลบ้านใหม่ (เขื่อนผามูก) โดยทีมจากองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ได้ใช้โดรนคุณภาพสูงบินขึ้นไปเพื่อสังเกตอาการของช้างป่า จากภาพถ่ายพบว่าช้างป่าตัวดังกล่าวกำลังหากินอยู่กับฝูงช้างป่าทั้งหมด 3 ตัว สิ่งที่น่าสังเกตคือ ไม่พบแผ่นตะปูติดที่ตีนหน้าซ้ายของช้างแต่อย่างใด

จากการประเมินอาการผ่านภาพโดรน พบว่าช้างป่ามีคะแนนความสมบูรณ์ร่างกาย 3.5-4 ซึ่งถือว่าร่างกายสมบูรณ์ดี กินอาหารได้ดี เดินลงน้ำหนักขาซ้ายหน้าได้พอสมควร แม้ว่าตีนจะยังบวมอยู่และข้อศอกซ้ายบวมเล็กน้อย แต่ช้างมีปฏิสัมพันธ์กับช้างตัวอื่นๆ ในฝูงได้ปกติ

หลังจากปรึกษากับทีมติดตามช้างป่าและชุดสัตวแพทย์ สบอ.8 อย่างรอบคอบ ได้ข้อสรุปว่าอาการของช้างไม่มีความจำเป็นต้องวางยาสลบเพื่อทำการรักษา เพราะนอกจากอาการจะไม่รุนแรงแล้ว การที่ช้างป่าอยู่รวมกันเป็นฝูง หากมีการเข้าจัดการกับตัวช้างป่าที่บาดเจ็บจะก่อให้เกิดอันตรายต่อทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ร่วมปฏิบัติงานได้ จึงจำเป็นต้องให้การรักษาด้วยยาแบบฉีดหรือแบบกินไปก่อน

ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสมพรจึงได้เสนอให้สัตวแพทย์นำยามาฝากให้ทางชุดติดตามของตน เพื่อนำไปผสมในอาหารให้ช้างป่าที่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าวรับประทาน โดยสัตวแพทย์ได้กำชับไว้อย่างชัดเจนว่า หากให้ยาแบบกินไม่ได้ หรือช้างป่ามีอาการไม่ดีขึ้น ให้รีบประสานมาเพื่อจะได้ร่วมกันวางแผนในการรักษาต่อไปทันที

ในเช้าวันที่ 17 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 4 (ขอนแก่น) จึงนำยาปฏิชีวนะและยาลดการอักเสบมอบให้ทีมผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสมพร เพื่อดำเนินการตามแผนการรักษาที่วางไว้ต่อไป โดยเจ้าหน้าที่จะคอยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมให้การช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอขอบคุณส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.8 และทุกหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติงาน ได้แก่ ทีมสัตวแพทย์ สบอ.8 ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 4 (ขอนแก่น) ชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าอุทยานแห่งชาติภูกระดึงและอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน รวมถึงทีมผู้นำชุมชนและป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ตำบลบ้านใหม่ อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น ที่ได้ร่วมมือกันอย่างเต็มที่ในการเฝ้าระวัง สังเกตการณ์ และสนับสนุนเทคโนโลยีโดรนคุณภาพสูงที่ช่วยให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสำหรับทุกฝ่าย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมให้การช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยของช้างป่าและประชาชนในพื้นที่

สำหรับ ประชาชนที่พบเห็นสัตว์ป่าบาดเจ็บหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด