วันที่ 3 กันยายน 2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นประธานเปิดการสัมมนาสำคัญประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ โรงแรมเซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ เชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายวีระ ขุนไชยรักษ์ รองอธิบดีฯ นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการกองป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า เข้าร่วม สำหรับการสัมมนาครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างโครงการสัมมนาการควบคุมไฟป่า และโครงการสัมมนาบูรณาการป้องกันและปราบปรามแบบมีส่วนร่วม เพื่อระดมสมองผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจากทั่วประเทศรวมกว่า 338 คน ในการยกระดับมาตรการรับมือภัยคุกคามทางธรรมชาติและการลักลอบทำลายทรัพยากรป่าไม้ที่นับวันยิ่งทวีความซับซ้อน
.
สถานการณ์ทรัพยากรป่าไม้ในปัจจุบันเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศ สุขภาพของประชาชน และเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า รวมถึงปัญหาการบุกรุกทำลายป่าและการกระทำผิดกฎหมายที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบอย่างต่อเนื่อง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงได้กำหนดแนวทางขับเคลื่อนเชิงรุก โดยในด้านการควบคุมไฟป่าได้เน้นย้ำกลยุทธ์ “การตรึงพื้นที่” เร่งรัดการตรวจหาจุดความร้อนและดับไฟให้รวดเร็วที่สุด พร้อมประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ทั้งระบบวางแผน ติดตามผล แจ้งเตือนภัย และการทำนายสถานการณ์ล่วงหน้า ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทางป่าไม้ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบคม และการเพิ่มศักยภาพของศูนย์ปฏิบัติการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงศูนย์สายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 ให้สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที
.
นายอรรถพล กล่าวว่า “การพิทักษ์รักษาทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าของชาติ จะอาศัยเพียงกำลังพลหรือวิธีการทำงานแบบเดิมไม่ได้อีกต่อไป เราจำเป็นต้องผสานการทำงานทั้งด้านการควบคุมไฟป่าและการป้องกันปราบปรามเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาเสริมแกร่งการปฏิบัติงานภาคสนาม ที่สำคัญที่สุดคือการดึงพลังจากความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้การดูแลรักษาผืนป่ามีความเข้มแข็งและยั่งยืนอย่างแท้จริง”
การสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-4 กันยายน 2569 โดยมีหลักสูตรการพัฒนาศักยภาพบุคลากรครอบคลุมทั้งภาคบรรยายและภาคปฏิบัติ ทั้งการทบทวนกฎหมายการป่าไม้ แนวทางการดำเนินคดีทั้งในชั้นพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ การใช้อำนาจทางปกครองกรณีการบุกรุกพื้นที่ การจัดทำแผนงานงบประมาณปี 2570 ตลอดจนการถอดบทเรียนผ่านกระบวนการ (After Action Review : AAR) เพื่อนำข้อจำกัดในอดีตมาปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
.
การบูรณาการองค์ความรู้และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มพูนทักษะและความเชี่ยวชาญให้แก่บุคลากรผู้ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ ทำให้กระบวนการป้องกัน ปราบปราม ควบคุมไฟป่า และการสร้างเครือข่ายภาคประชาชนมีความเข้มแข็งและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งจะนำไปสู่การลดความรุนแรงของปัญหาไฟป่า หมอกควัน และการบุกรุกทำลายป่า พร้อมทั้งรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศผืนป่าไทยให้คงอยู่สืบไป
ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่)
